วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูฟันธงอีก 2 เดือนตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแตะ 30% ด้านนักลงทุนแห่ซื้อบอนด์

แลร์รี่ แมคโดนัลด์ อดีต ส.ส. สหรัฐ และกูรูด้านการเงินชี้อีก 2 เดือนตลาดหุ้นสหรัฐอาจย่อตัวแตะระดับ 30% ส่วนหนึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้จากผลตอบแทนตั๋วเงินคลังชนิด 2 ปี และ 10 ปีที่เพอร์ฟอร์ม สวนทางกัน ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่อยู่ในระดับสูง

แลร์รี่ แมคโดนัลด์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สหรัฐและผู้ก่อตั้ง ‘The Bear Trap Report’ สำนักข่าวด้านการเงิน และการลงทุน กล่าวเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มย่อตัวอีกมากกว่า 30% ในอีก 60 วันข้างหน้า ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องกดดันภาคการบริโภค รวมทั้งนักลงทุนไร้แรงกระตุ้นเชิงบวกใหม่ในตลาดหุ้นจึงอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตราสารทุนเพื่อซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้แทน

“มาตรวัดความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ในตลาดหุ้นทั้งหมด 21 ตัวของผมเพิ่งจะชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ตลาดหุ้นสหรัฐอาจล่ม (ACrash in the Stock Market) ในอีก 60 วันข้างหน้า”

ทั้งนี้ แลร์รี่ เน้นย้ำถึงประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราต่ำศูนย์ขึ้นมาในระดับ 4.5% ช่วงปีที่แล้วเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อในช่วงนั้นว่า

“อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นเข้ามาเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม และทำให้ประชาชนหันมาเก็บเงินมากกว่าใช้จ่าย ซึ่งท้ายที่สุดก็จะทำให้เงินเฟ้อต่ำลงด้วย แต่ในทางกลับกันราคาสินทรัพย์ก็จะลดลง อัตราการเลิกจ้างสูงขึ้น ลดการใช้จ่ายของภาคการบริโภค ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อไป (Recession)”

แลร์รี่ ประเมินว่า  ทุกๆ 1% ของอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นมีค่าเท่ากับการขยับขึ้นของค่าครองชีพชาวอเมริกันชนชั้นกลางราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.65 ล้านล้านบาท) 

“ผมตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในสินเชื่อรถยนต์สหรัฐใกล้แตะ 14% และเกือบ 20% ของสินเชื่อเหล่านั้นมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ดอลลาร์ในต่อเดือน (ประมาณ 3.3 หมื่นบาท)”

“สำหรับนักลงทุนที่ทุ่มเงินในกระดานดัชนี S&P 500 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มาจนถึงวันนี้ก็แทบจะไม่ได้ผลตอบแทนด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกเขาอาจจะหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงอย่างพันธบัตรรัฐบาลที่ยืนยันให้ผลตอบแทนคงที่ 5% แทน”

นอกจากนี้ แลร์รี่ยังชี้ให้เห็นถึงสัญญาณสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่อาจเกิดขึ้นจากตั๋วเงินคลังชนิด 2 ปี และ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดถึงสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบดั้งเดิมที่เพอร์ฟอร์มแบบสวนทางกัน รวมทั้งหน้าหุ้นธนาคารพาณิชย์ในภูมิภาคที่อันเดอร์เพอร์ฟอร์มในช่วงที่ผ่านมา

“จากลักษณะการเพอร์ฟอร์มของตัวชี้วัดที่กล่าวมาทั้งหมด ผมมองว่าในอีก 60 วันข้างหน้า ตลาดหุ้นสหรัฐมีโอกาสย่อตัวลง 10% 20% หรืออาจจะถึง 30% เลยก็เป็นได้”

กูรู้ด้านการเงินผู้นี้มองต่างในประเด็นเรื่องตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่อยู่ในเกณฑ์ดีว่า “ก่อนหน้าวิกฤติฟองสบู่ดอทคอมเมื่อราวๆ 20 ปีที่แล้ว ตลาดแรงงานก็บูมเหมือนตอนนี้แหละ และจากเหตุการณ์ในอดีต ตัวเลขการจ้างงานจะอ่อนตัวลงในเดือนก.พ. และ มี.ค.”

แลร์รี่ วิเคราะห์ว่า ตัวเลขในภาคแรงงานที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงในอีก 2 เดือนข้างหน้าอาจกระตุ้นการล่มของตลาดหุ้นที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากนักลงทุนจำนวนหนึ่งอาจเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเอิร์นนิ่งของบริษัทจดทะเบียนในกระดาน S&P500 อาจไม่เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทคาดการณ์ “โดยปกติแล้วหุ้นของบริษัทจดทะเบียนจะขึ้นลงตามกำไรในแต่ละปี ดังนั้นราคาหุ้นเหล่านั้นอาจดิ่งลงได้หากเอิร์นนิ่งไม่น่าพึงพอใจ”

น่าสนใจว่า นอกจากแลร์รี่แล้ว ไมเคิล เบอร์รี่ นักลงทุนชื่อดังจากภาพยนตร์เรื่อง ‘The Big Short’  เจเรมี แกรนแธม ผู้ร่วมก่อตั้ง GMO บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลก รวมทั้ง เดวิด โรเซนเบิร์ก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ต่างแสดงความคิดเห็น และเตือนว่าตลาดหุ้นสหรัฐอาจย่อตัวลงเช่นเดียวกัน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์