“ตลาดหุ้นไทย” ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 1,614.22 จุด เพิ่มขึ้น 1.62 จุด หรือ 0.10% “บล.เอเซีย พลัส” ชี้ตลาดรีบาวด์เพราะที่ผ่านมาลงติดต่อกัน - ช่วงนี้ขาดปัจจัยกระตุ้น แนะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ประเมินแนวรับพรุ่งนี้อยู่ที่ 1,600 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,620 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทย” วันนี้ผันผวนในทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทั้งวัน ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,621.88 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,608.4 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,614.22 จุด เพิ่มขึ้น 1.62 จุด หรือ 0.10% มูลค่าซื้อขาย 59,540.43 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
1. CPALL มูลค่า 2,187.86 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 63 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.80%
2. DELTA มูลค่า 2,173.50 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 994 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 0.40%
3. PTTEP มูลค่า 2,111.71 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 149 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.32%
4. KBANK มูลค่า 2,096.26 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 137.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดก่อนหน้า
5.ADVANC มูลค่า 1,994.36 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 207 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.47%
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเป็นบวกตามธรรมชาติของตลาดหุ้นเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาย่อตัวลงไปอย่างร้อนแรง
“ในช่วงนี้ดัชนี ยังแกว่งในลักษณะ ‘wait and see’ รอประกาศตัวเลขสำคัญ อย่างในวันที่ 14 มี.ค. จะมีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ และการประชุมธนาคารกลางของหลายประเทศ สำหรับวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.) ประเมินแนวรับพรุ่งนี้อยู่ที่ 1,600 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,620 จุด โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่ในช่วงนี้”
ด้านคำแนะนำในการลงทุนควรใช้กลยุทธ์เลือกซื้อหน้าหุ้นรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่คาดว่าเอิร์นนิ่งอาจขยับขึ้น เช่น MAJOR และหากเป็นพอร์ตการลงทุนหุ้น 100% ควรเก็บเงินสดไว้ที่ 10%-15%
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





