วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นไทย’ ร่วง 18.45 จุด CPALL-DELTA ดึงดัชนี สัปดาห์หน้าผันผวน ลุ้นรีบาวด์

“ตลาดหุ้นไทย” ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 1,634.02 จุด ลดลง 18.45 จุด หรือ 1.12% “บล.ทิสโก้” ชี้ CPALL และ DELTA ดึงดัชนีลง 2.7 จุด และ 3 จุดตามลำดับ คาดสัปดาห์หน้าแนวรับอยู่ในช่วง 1,630 จุด - 1,610 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,650 จุด ชี้ผันผวนแต่มีโอกาสรีบาวด์

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทย” วันนี้ผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงตลอดทั้งวัน ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยทำจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,631.54 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,634.02 จุด ลดลง18.45  จุด หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 67,159.78 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

1. CPALL มูลค่า 6,733.92 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 3.25 หรือ 5.00%

2. EA มูลค่า 2,696.97 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 77 บาท ลดลง 2.50 หรือ 3.14%

3. KBANK มูลค่า 2,638.13 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 135.50 บาท ลดลง 1.50 หรือ 1.09%

4. ADVANCE มูลค่า 1,902.31 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 201 บาท ลดลง 5.00 หรือ 2.43%

5. DELTA มูลค่า 1,699.35 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 942 บาท ลดลง 26.00 หรือ 2.69%

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงเพราะ ‘แรงขายแบบลดความเสี่ยง’ จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4 ของกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ออกมาน่าผิดหวัง ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ยังมีอยู่

ทั้งนี้ สองหน้าหุ้นที่ดึงดัชนีลงเยอะมากที่สุดคือ CPALL ดึชดัชนีลง 2.7 จุด และบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ดึงดัชนีลง 3 จุด

สำหรับต้นสัปดาห์หน้าดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจแกว่งตัวในลักษณะผันผวนแต่ยังมีลุ้นรีบาวด์ โดยคาดแนวรับอยู่ในช่วง 1,630 จุด - 1,610 จุด ส่วนแนวต้ายอยู่ที่ 1,650 จุด 

“สัปดาห์หน้ามีเรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจไทย เป็นตัวเลขเศรษฐกิจครั้งแรกที่จะออกมาหลังจากจีนเปิดประเทศซึ่งทิศทางอาจดีขึ้นและช่วยหนุนตลาดได้บ้าง โดยเฉพาะด้านการบริโภคและการท่องเที่ยวที่อาจดีขึ้น ลุ้นรีบาวด์ได้สัปดาห์หน้า”

สำหรับคำแนะนำการลงทุนต้นสัปดาห์หน้าควรพิจารณาหน้าหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอาหาร เป็นต้น