“หุ้นไทย” ปิดตลาดเช้านี้ (16 ก.พ. 66) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,658.08 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.65% มูลค่าการซื้อขาย 37,506.94 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,658.85 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,648.99 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- DELTA ปิดที่ 980.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.41%
- OSP ปิดที่ 31.25 บาท เพิ่มขึ้น 8.70%
- KBANK ปิดที่ 139.50 บาท ลดลง 1.14%
- JMT ปิดที่ 45.75 บาท เพิ่มขึ้น 7.02%
- EA ปิดที่ 84.00 บาท ลดลง 2.89%
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทยป กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ภาพตลาดปรับตัวขึ้นได้รับผลจากแรงเก็งกำไรหุ้น DELTA ที่มีผลต่อดัชนี 7-8 จุด และเปลี่ยนกลุ่มเล่น โดยกลุ่มที่มีแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มที่มีแรงขายหนักก่อนหน้า ทั้งหุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นขนาดกลางและเล็ก หุ้นกลุ่ม JMART
สอดคล้องกับมุมมองของยูโอบีฯ ที่แนะนำการลงทุนช่วงนี้ให้หาหุ้น Laggard และ หุ้น Valuation ต่ำ โดยการเลือกเฟ้นหุ้นที่มีผลประกอบการไตรมาส 4/65 อาจจะแย่แต่แนวโน้มไตรมาส 1-2 ปี 2566 ดีขึ้น สามารถเข้าลงทุนได้ อาทิ IRPC,PTTGC,OR และหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อาทิ GPSC,BGRIM,GULF
พร้อมแนะจับตาเงินเฟ้อสหรัฐต่อเนื่อง โดยล่าสุดเดือนม.ค.บวก 6.4% สูงกว่าคาด ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 5.50% จากเดิมคาดไว้ 5.00-5.25% ในการประชุม 3 ครั้ง เดือนมี.ค.,พ.ค.และ มิ.ย.จะปรับขึ้นคราวละ 0.25% และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะยังไม่ยุติขึ้นดอกเบี้ยปลายปี 2566
จากภาพดอกเบี้ยปรับขึ้นทำให้เงินทุนต่างชาติมีโอกาสเคลื่อนย้ายออกไป จึงจะยังเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และต่างชาติเปิด short เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น ทำให้กรอบดัชนี SET ไตรมาส 1/66 คาดว่าจะแกว่งตัว 1,630-1,670 จุด อัพไซด์เริ่มจำกัด และดาวน์ไซด์มีมากขึ้น จึงควรระมัดระวังการลงทุน
แนวโน้มช่วงบ่ายมองว่าตลาดอาจย่อตัวจากแรงขายทำกำไร DELTA ที่กังวล Valuation สูง และราคาพุ่งขึ้นมาแรงตอบรับเรื่องแตกพาร์ไปมากแล้วน่าจะไปต่อยาก ให้แนวรับที่ 1,645 จุด แนวต้านที่ 1,660 จุด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




