วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกคาด ”หุ้นไทย” วันนี้ ลงที่ 1,560 - 1,565 จุด ยังกังวลเศรษฐกิจถดถอย

บล.กรุงศรีคาด หุ้นไทย วันนี้ (11 ต.ค. 65) ยังกังวลเศรษฐกิจถดถอยหลังเฟดและ ธนาคารกลางเร่งขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ สหรัฐมีมาตรการคุมส่งออกชิปให้จีน และสงครามยูเครนยืดเยื้อเป็นลบต่อฟันด์โฟลวด์ แต่คาดแรงซื้อหุ้นเฉพาะตัวและแรงซื้อดักงบ ไตรมาส 3/65 จะหนุนดัชนีบาวด์

บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กรุงศรี คาดแนวโน้มดัชนีหุ้นไทย วันนี้ (11 ต.ค. 65) อ่อนตัวลงแนวรับ 1,560 - 1,565 จุด ตามความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากหลายปัจจัยที่กดดัน เช่น การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และธนาคารกลางต่างๆเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ , สหรัฐออกมาตรารควบคุมการส่งออกชิปให้กับจีน และสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อซึ่งเป็นลบต่อ ฟันด์โฟลวด์

 อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงซื้อหุ้นที่มีข่ายเฉพาะตัวและแรงซื้อดักงบ ไตรมาส 3 ปี 2565 จะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้

ประเด็นสำคัญวันนี้

  •   (-) ดาวโจนส์ลดลงเป็นวันที่ 3 กังวล ศก.ถดถอยหลังเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย: คณะกรรมการเฟดยังแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อซึ่งเสี่ยงทำให้ ศก.สหรัฐเกิดการถดถอย กดดันนักลงทุนเทขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนีดาวโจนส์ลดลงอีก 94 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และ น้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.51$ ปิดที่ระดับ 91.13$/bbl
  •   (+) กลุ่มอิเล็กฯ มี Sentiment ลบ สหรัฐควบคุมการส่งออกชิปไปจีนน้ำมัน: โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดขีดความสามารถของจีนในการเข้าถึงชิประดับไฮเอนด์ซึ่งจีนอาจใช้ในการผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ล้ำสมัย ปัจจัยนี้กดดันให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐลดลง อาทิ หุ้นอินวิเดีย ร่วงลง 3.36% หุ้นควอลคอมม์ ลดลง 5.22% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 2.89%
  •   (+/-) MAKRO ระบุไม่เกี่ยวข้องกับดีลซื้อ Metro ในอินเดีย: มองเป็นบวกต่อ MAKRO และ CPALL เพราะข่าวนี้จะช่วยปลดล็อกประเด็นของภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นรวมไปถึงการเพิ่มทุนหาก MAKRO ต้องเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ซึ่งจะกระทบมายังสภาพคล่องของ CPALL ซือหุ้น MAKRO ที่ 34.97%

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  •   MAKRO CPALL คลายความกังวลการเพิ่มทุน 
  •   AOT CENTEL ERW BA AAV BDMS BH SPA SISB อานิสงส์การเปิดประเทศ 
  •   CPF TU GFPT TFG  อานิสงส์ High season การส่งออกและเงินบาทอ่อนค่าลง

หุ้นแนะนำวันนี้

  •   BEM (8.90 ซื้อ/เป้า 11.50) กำไรสุทธิเป็นขาขึ้นคาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 2.6 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 167%yoy และคาดเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 พันล้านบาทในปีหน้า จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินและทางด่วนที่เร่งขึ้นใกล้ระดับก่อน Pre Covid แล้ว
  • GFPT (ปิด 14.10 ซื้อ/เป้า 18.50 บาท) เราปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็นซื้อ คาดกำไรสุทธิ 3Q22 ที่ 570 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 26%qoq และเทียบกับ 3Q21 ขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท

บทวิเคราะห์วันนี้

BEM (ปิด 8.9 ซื้อ/เป้า 11.5), LPN (ปิด 8.15 ปรับเป็นถือ/เป้าใหม่ 4.6 เดิม 4.3)