“หุ้นไทย” ปิดตลาด (10 ต.ค.65) ปรับตัวลดลง 9.09 จุด อยู่ที่1,570.57 จุด จากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยนโยบายและเศรษฐกิจถดถอย จากอัตราอัตราการว่างงานสหรัฐประกาศออกมาต่ำกว่าคาด บล.เมย์แบงก์ คาด แกว่งตัวในกรอบ 1,560-1,570 จุด
“หุ้นไทย” ปิดตลาด (10 ต.ค.65) ปรับตัวลดลง 9.09 จุด อยู่ที่1,570.57 จุด เปลี่ยนแปลงลดลง -0.58% มีมูลค่าการซื้อขาย 53,284.00 ล้านบาท
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด คือ
- PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,000ล้านบาท ปิดที่34.50 ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
- CPALL มูลค่าการซื้อขาย2,926ล้านบาท ปิดที่ 55.75 บาท เพิ่มขึ้น3.72%
- BANPU มูลค่าการซื้อขาย1,426ล้านบาท ปิดที่ 12.60 บาท เพิ่มขึ้น2.44%
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย1,412ล้านบาท ปิดที่ 662.00 บาท เพิ่มขึ้น0.61%
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,333ล้านบาท ปิดที่ 170.50 บาท เพิ่มขึ้น0.29%
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) เปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องการใช้ดอกเบี้ยนโยบายและความกังวลเศรษฐฐกิจถดถอยสหรัฐ จากตัวเลข Nonfarm payrolls เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 263,000 ตำแหน่งสูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 2.5 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงานลดลงเป็น 3.5% ต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 3.7%
รวมทั้งตัวเลขค่าเงินบาทยังคงต้องจับตามอง ท่ามกลาบตลาดซบเซาที่ไม่มีปัจจัยบวกใหม่หนุน รวมทั้งในอาิทตย์นี้ที่มีวันทำการเพียงแค่ 3 วันทำให้นักลงทุนไม่เข้าลงทุน
สำหรับพรุ่งนี้ (11 ต.ค.2565) คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,560-1,570 จุด และคาดว่าจะมีโมเมนตัมในการเทรดน้อยลงจากวันหยุดยาว 4 วันในสัปดาห์นี้ และการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐในวันที่ 13 ต.ค.2565 ซึ่งตลาดหุ้นไทยปิดทำการ





