วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

'เสถียร' เปิดเกม CJ MORE ปักธง IPO ปี 72 เปิดทางตลาดหุ้นนอก ดันยอดขายแตะ 1 แสนล้าน

“เสถียร” เผย CJ MORE เดินหน้าแผนนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้นปี 2572 เปิดทางทั้งตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ หลังได้รับการทาบทามจากฮ่องกง สิงคโปร์ และ NASDAQ พร้อมเร่งขยายสาขา ดันยอดขายจาก 8 หมื่นล้านบาทในปี 2569 สู่ 1 แสนล้านบาทในปี 2570

KEY POINTS

  • นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประกาศเป้าหมายนำธุรกิจค้าปลีก CJ MORE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2572
  • บริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกระหว่างการเข้าตลาดหุ้นไทยหรือต่างประเทศ หลังได้รับการทาบทามจากตลาดหุ้นฮ่องกง, สิงคโปร์ และ NASDAQ ของสหรัฐฯ
  • ตั้งเป้าหมายยอดขายให้เติบโตแตะ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570 จากเป้าหมาย 8 หมื่นล้านบาทในปี 2569
  • การเติบโตของยอดขายจะมาจากการเร่งขยายสาขา โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ 500 แห่งในปี 2569 และอีก 700 แห่งในปี 2570

ธุรกิจค้าปลีกยังเดินหน้าขยายตัวท่ามกลางกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดย CJ MORE เตรียมเร่งขยายเครือข่ายสาขาและเพิ่มยอดขาย พร้อมเดินหน้าแผนนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในปี 2572 ขณะที่ยังเปิดทางทั้งตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ หลังได้รับความสนใจจากตลาดทุนหลายแห่ง
 

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีก CJ MORE เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายนำ CJ MORE เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในปี 2572 แม้ที่ผ่านมาแผนเข้าตลาดหุ้นไทยจะถูกเลื่อนออกไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยหรือต่างประเทศ
 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทได้รับการทาบทามจากตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่ง ทั้งตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์ และ NASDAQ ของสหรัฐ ซึ่งเป็นทางเลือกที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือการรับรู้แบรนด์ CJ MORE ในตลาดนั้นๆ รวมถึงฐานนักลงทุนและความเข้าใจในธุรกิจ

นายเสถียร กล่าวว่า หากพิจารณาตลาดต่างประเทศ แม้นักลงทุนสถาบันบางส่วนจะรู้จักแบรนด์ CJ MORE แล้ว แต่ในกลุ่มนักลงทุนทั่วไปอาจยังมีการรับรู้ไม่มากนัก จึงต้องประเมินถึงความเหมาะสมของตลาดและโอกาสในการสร้างการรับรู้แบรนด์ควบคู่กันไป

ส่วนตลาดหุ้นไทยนั้น บริษัทไม่ได้ปิดโอกาสในการเข้าจดทะเบียน โดยปัจจุบันเริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องกลับมาพิจารณาทางเลือกดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเลือกตลาดใด

สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะนี้ บริษัทจะให้น้ำหนักกับการสร้างการเติบโตของ CJ MORE เป็นหลัก เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและปัจจัยภายนอกที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น

ตั้งเป้ายอดขาย 1 แสนล้านปี 70

นายเสถียร กล่าวว่า CJ MORE ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 8 หมื่นล้านบาท และยังมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย หลังช่วง 8 เดือนแรกมียอดขายแล้วประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2570 ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท จากการขยายจำนวนสาขาและเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ

ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดสาขาใหม่ประมาณ 500 แห่ง ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2569 คาดว่าจะมีสาขารวมประมาณ 2,500 แห่ง จากปัจจุบันกว่า 2,100 แห่ง ส่วนปี 2570 มีแผนขยายเพิ่มอีกประมาณ 700 แห่ง เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตของยอดขาย

ปัจจุบัน CJ MORE มีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 1 แสนคนต่อวันต่อสาขา และมีฐานสมาชิกประมาณ 12-13 ล้านคน โดยช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า บริษัทจะให้น้ำหนักกับการขยายสาขาในภาคใต้มากขึ้น หลังเตรียมเปิดสาขาในจังหวัดภูเก็ตช่วงปลายปี ก่อนทยอยขยายไปยังจังหวัดอื่น

การลงทุนเปิดสาขาใหม่ใช้เงินเฉลี่ยประมาณ 9-10 ล้านบาทต่อสาขา ยังไม่รวมการลงทุนด้านคลังสินค้า โดยปี 2570 บริษัทอาจพิจารณาขยายคลังสินค้าเพิ่มเติมในภาคเหนือหรือภาคใต้ เพื่อรองรับการเพิ่มจำนวนสาขาในพื้นที่ดังกล่าว

คุมต้นทุนรับมือราคาน้ำมัน

สำหรับต้นทุนการดำเนินงาน นายเสถียร กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนขนส่ง แต่ผลกระทบต่อ CJ MORE และกลุ่ม บมจ.คาราบาว กรุ๊ป หรือ CBG ซึ่งตนดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยปัจจุบันกระทบต้นทุนประมาณ 0.5%

ทั้ง CBG และ CJ MORE ยังคงเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง แม้ CBG ไม่มีหนี้ และ CJ MORE มีภาระหนี้ในระดับไม่สูง แต่บริษัทต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนของต้นทุนและปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอน

ส่วนธุรกิจของ CBG ในกัมพูชา ปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนหรือถอนการลงทุน แม้ช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผู้ประกอบการไทยบางรายทยอยลดการลงทุนในกัมพูชา

เดินหน้า “CJ STAR” ดันสินค้าชุมชนเข้าถึงตลาด

ขณะเดียวกัน CJ MORE เดินหน้าโครงการ “CJ STAR ของดี ติดดาว” เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าจากชุมชน โดยบริษัทจะลงพื้นที่ค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพ ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดในด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปแบบสินค้า และบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดในวงกว้างได้

โครงการเริ่มต้นผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE จำนวน 538 สาขาในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ก่อนขยายโอกาสไปยังเครือข่ายกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมมากกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ครอบคลุมทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับพื้นที่จัดจำหน่ายบริเวณ “CJ STAR ของดีติดดาว” ภายในร้าน เพื่อเพิ่มการรับรู้และโอกาสเข้าถึงผู้บริโภค

นายเสถียร กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำสินค้าชุมชนเข้ามาจำหน่ายในร้าน CJ MORE แต่ต้องการสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถพัฒนาธุรกิจและขยายตลาดได้ในระยะยาว โดยบริษัทมีแผนขยายโครงการไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ และต่อยอดสินค้าที่มีศักยภาพไปสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต