บลจ.แอสเซท พลัส เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เปิดตัว กองทุน A-GSEMI ชูจุดเด่นกองทุนแรกในไทย ให้ผู้ลงทุนเข้าถึงอุตสาหกรรม Semiconductor ทั่วโลกผ่านกองทุนเดียว
KEY POINTS
- บลจ.แอสเซท พลัส เปิดตัวกองทุนใหม่ A-GSEMI เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกผ่านกองทุนเดียว
- กองทุนเป็น Feeder Fund ที่ลงทุนใน iShares MSCI Global Semiconductors UCITS ETF เพื่อเข้าถึงบริษัทชั้นนำตลอดห่วงโซ่อุปทานชิป
- มุ่งจับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปที่ได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น AI, Cloud Computing และ Data Center
นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า อุตสาหกรรม Semiconductor กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการชิปประสิทธิภาพสูง หน่วยความจำ และเทคโนโลยีการประมวลผลมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของผู้ประกอบการชั้นนำทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน
ปัจจุบัน Semiconductor ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป แต่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา AI, Cloud Computing, Data Center ตลอดจนระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
"เรามองว่าโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากแต่ละประเทศมีจุดแข็งและบทบาทที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตชิปขั้นสูง ไปจนถึงหน่วยความจำและเครื่องจักรสำหรับการผลิต Semiconductor ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะยาว”
ด้วยมุมมองดังกล่าว บลจ.แอสเซท พลัส จึงเปิดตัว กองทุน A-GSEMI เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรม Semiconductor ในระดับโลก โดยไม่จำเป็นต้องเลือกลงทุนเฉพาะประเทศหรือกลุ่มธุรกิจใดกลุ่มธุรกิจหนึ่ง ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI Global Semiconductors UCITS ETF ซึ่งมุ่งลงทุนในบริษัทชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Semiconductor จากตลาดสำคัญทั่วโลก
กองทุนดังกล่าวเปิดโอกาสให้เข้าถึงบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ออกแบบชิป (Fabless) กลุ่มผู้ผลิตชิป (Foundry) กลุ่มหน่วยความจำ (Memory) ตลอดจนกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตชิป (Semiconductor Equipment) และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรองรับความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนา AI
ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Semiconductor มีผู้ประกอบการชั้นนำกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยสหรัฐอเมริกามีความโดดเด่นด้านการออกแบบชิปและเทคโนโลยีประมวลผล ไต้หวันมีบทบาทสำคัญด้านการผลิตชิปขั้นสูง เกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านหน่วยความจำ ขณะที่เนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิต Semiconductor สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นระบบนิเวศระดับโลกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลายประเทศในการขับเคลื่อนการเติบโต
นอกจากนี้ แนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการ Semiconductor ในระยะยาว โดยเฉพาะชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงและหน่วยความจำประเภท High Bandwidth Memory (HBM) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของระบบ AI ซึ่งอาจสร้างโอกาสการเติบโตให้แก่บริษัทในห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor ทั่วโลก
นายคมสันกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเชื่อว่าโอกาสการลงทุนใน Semiconductor ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเลือกบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จัก แต่ยังครอบคลุมถึงธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้น กองทุน A-GSEMI จึงถูกออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงศักยภาพของอุตสาหกรรม Semiconductor ในภาพรวม ผ่านการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทชั้นนำจากหลากหลายประเทศและหลากหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีในระยะยาว”
กองทุน A-GSEMI จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเปิดรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรม Semiconductor ทั่วโลก ผ่านการลงทุนในระบบนิเวศของเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “รวมพลังชิปทั่วโลกไว้ในกองทุนเดียว ขับเคลื่อนโอกาสเติบโตแห่งอนาคต”
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดเสนอขายกองทุนเปิด แอสเซทพลัส โกลบอล เซมิคอนดักเตอร์ (A-GSEMI) มีกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 19-27 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กองทุนมีลักษณะเป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในต่างประเทศ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และมีระดับความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 7





