ราคาทองคำโลกทรงตัว ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์สูง กดดันโลหะมีค่า ขณะ มุมมองขึ้นดอกเบี้ยเฟดที่เริ่มแผ่วลง ช่วยพยุงราคาทอง
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำทรงตัวเป็นส่วนใหญ่ในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค. 69) โดยแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ทรงตัวในระดับสูง ถูกหักล้างด้วยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมลดลงทองคำ ตลาดสปอตขยับขึ้น 0.4% สู่ระดับ 4,171.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 14:19 น. ตามเวลา EDT (18:19 น. GMT) ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 0.4% ที่ 4,205.10 ดอลลาร์ โดยตลอดทั้งเดือนกันยายน ราคาทองร่วงลงไปมากกว่า 6%
- บอนด์ยีลด์-น้ำมันกดดันตลาดทองคำ
ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายกันในรูปดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ด้านราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ซึ่งยิ่งทำให้ตลาดเชื้อเพลิงตึงตัวมากขึ้นในภาวะที่อุปทานทั่วโลกตึงอยู่แล้ว
“ปัจจัยใดก็ตามที่เพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดทองคำอย่างแน่นอน การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาพลังงานเพิ่มเติม หรือการยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ก็จะให้ผลในทิศทางเดียวกัน” เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทรดโลหะมีค่าจาก High Ridge Futures กล่าว
- เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด หนุนตลาดทอง
ปัจจัยบวกต่อราคาทองคำมาจากข้อมูลเมื่อวันพุธที่ระบุว่า เงินเฟ้อสหรัฐ เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด และยังมีการปรับลดตัวเลขแรงกดดันด้านราคาของเดือนก่อนหน้า
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมลดลง โดยตลาดให้น้ำหนักโอกาสไว้ที่ 28% ลดลงจาก 45% ก่อนตัวเลขจะประกาศ และจาก 69% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
“การคาดการณ์ที่ลดลงว่าดอกเบี้ยจะถูกขึ้นต่อ นี่แหละ ที่ช่วยพยุงตลาดโลหะมีค่า” เมเกอร์ กล่าวเสริม
ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนกันยายน ที่จะประกาศในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน
“ภาวะรับความเสี่ยงของตลาดที่อ่อนตัวลงและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเฟดที่ลดลงช่วยหนุนราคาทองคำ แต่ทิศทางระยะสั้นยังเป็นขาลงอยู่ การกลับไปทดสอบระดับ 4,000 ดอลลาร์ยังคงมีโอกาสเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรวันพรุ่งนี้ออกมาดีกว่าคาด” อคิลเลอัส จอร์โจโลปูโลส นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก XM Trading ระบุ
HSBC ปรับลดคาดการณ์ราคาเฉลี่ยทองคำปี 2026 และ 2027 ลงมาอยู่ที่ 4,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,825 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ โดยระบุว่าทองคำอาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นเพิ่มเติม แต่มีแนวโน้มเข้าใกล้จุดต่ำสุดแล้ว
HSBC ยังคาดว่าธนาคารกลางต่าง ๆ จะกลับมาเข้าซื้อทองคำอีกครั้งเมื่อราคาปรับตัวลง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้หรือหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์
สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ โลหะเงินเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ 60.51 ดอลลาร์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 1,707.56 ดอลลาร์ ขณะที่แพลเลเดียมร่วงลง 2.2% สู่ 1,178.57 ดอลลาร์
- อัปเดตราคาเช้าวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 69
ทองคำสปอตปรับขึ้น 0.1% สู่ระดับ 4,182.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 08:00 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ขณะที่ราคาเงินเพิ่มขึ้น 0.3% อยู่ที่ 61.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับขึ้น 0.9% ในวันก่อนหน้า ส่วนแพลทินัมและแพลเลเดียมขยับขึ้นเล็กน้อย ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งใช้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวหลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในการซื้อขายครั้งก่อน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในเช้าวันศุกร์ โดยยังคงเพิ่มขึ้น 0.5% จากการซื้อขายครั้งก่อน แต่มีแนวโน้มจะปิดสัปดาห์ลดลงประมาณ 2%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลงตลอดทั้งเส้นอัตราผลตอบแทนเมื่อวันพฤหัสบดี โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี หลังความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มทางการคลังของฝรั่งเศสกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
โดยทั่วไป ยีลด์ที่สูงขึ้นถือเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลง 6% ในเดือนกันยายน
ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่า อาจจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อประเมินว่าควรขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่ ส่งผลให้การคาดการณ์ของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง
ขณะนี้นักลงทุนมองว่า โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมอยู่ที่ประมาณ 27% ลดลงจากระดับ 70% เมื่อต้นสัปดาห์





