คปภ. เกาะติดน้ำท่วมขยายวงกว้าง “กรุงเทพฯ-ปริมณฑล” คาดประชาชนทยอยแจ้งเคลมหลังน้ำลด ยันความรุนแรงไม่เท่าปี 54 พร้อมสั่ง “ภาคประกันภัย” เตรียมตั้งรับเคลมสินไหม ชี้ “รถยนต์” จมน้ำหนักสุด ย้ำผู้เอาประกันถ่ายรูปความเสียหายเป็นหลักฐานสำคัญก่อนยื่นเรื่อง ด้าน “สมาคมประกันวินาศภัยไทย” ผนึกบริษัทประกัน เร่งตั้งศูนย์รับแจ้งน้ำท่วม คาดเคลมภาพรวมไม่หนักเท่าที่ผ่านมา ย้ำเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือใกล้ชิด
KEY POINTS
- คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทยสั่งการให้บริษัทประกันเตรียมพร้อมรับมือการยื่นเคลมสินไหมทดแทนจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- ประเมินว่ารถยนต์เป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเนื่องจากน้ำท่วมฉับพลัน โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 จะให้ความคุ้มครองโดยตรง
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินเบื้องต้นว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ยังไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยในปี 2554
- แนะนำให้ผู้ประสบภัยถ่ายภาพความเสียหายของรถยนต์และทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการยื่นเคลมประกัน
จากสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” และต่อเนื่อง จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ประกาศมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ และเตรียมพร้อมระบบ “การยื่นชดเชยค่าสินไหมทดแทน” อย่างเต็มกำลัง
คปภ. เกาะติดสถานการณ์ เร่งตั้งศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ทั่วประเทศ
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ และต้องรอให้ระดับน้ำลดลงก่อน จึงจะสามารถประเมิน “มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น” รวมถึงรวบรวมข้อมูลการแจ้งเคลมประกันภัยได้อย่างชัดเจน
สำหรับแนวทางการดูแลและเยียวยาผู้เอาประกันภัย คปภ. โดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ได้ประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามการแจ้งเคลม ขณะที่ในระดับภูมิภาคได้มีการจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อรองรับปัญหาอย่างต่อเนื่อง
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ “หลักเกณฑ์การชดเชยค่าสินไหมทดแทน” ขณะนี้ คปภ. ยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์และต้องรอให้ระดับน้ำลดลงก่อน จึงจะสามารถประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลการแจ้งเคลมประกันภัยได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เบื้องต้นประเมินว่า ความรุนแรงในครั้งนี้ยังไม่ถึงระดับดังกล่าว
“สถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นกะทันหันช่วงปลายสัปดาห์ ทำให้ตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นยังไม่ส่งเข้าสู่ระบบ ซึ่งจำเป็นต้องรอให้ระดับน้ำในแต่ละพื้นที่ลดลงเพื่อให้ผู้ประสบภัยทยอยแจ้งเคลม ทั้งนี้ หากประเมินความรุนแรงเปรียบเทียบกับวิกฤตนวัตกรรมน้ำท่วมปี 2554 มั่นใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเท่าปีดังกล่าว”
ประกันชั้น 1 คุ้มครองรถจมน้ำ ประกันบ้านจ่ายตามวงเงินที่ซื้อเพิ่ม
ด้าน “ประกันภัยรถยนต์” ประเมินว่า ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากน้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้เคลื่อนย้ายพาหนะไม่ทัน
แต่อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 (ประกันชั้น 1) จะให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง ส่วนกรมธรรม์ประเภทอื่น เช่น ประเภท 3 จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้เลือกซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้เท่านั้น
ในส่วนประกันภัยทรัพย์สินและบ้านพักอาศัยนั้น สำหรับบ้านพักอาศัยที่ทำ ประกันอัคคีภัย พร้อมซื้อ ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม จะสามารถทยอยยื่นเรื่องเคลมประกันได้หลังจากระดับน้ำลดลง โดยส่วนใหญ่ความคุ้มครองสำหรับสิ่งของและทรัพย์สินภายในบ้านพักอาศัยจะมีวงเงินคุ้มครองอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 บาท
ดังนั้น ทาง คปภ. แนะนำให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ ถ่ายภาพสภาพความเสียหาย ของรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สินภายในบ้านไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด จากนั้นให้นำหลักฐานดังกล่าวไปแจ้งต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต พร้อมทั้งติดต่อยื่นเรื่องกับบริษัทประกันภัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการชดเชยค่าสินไหมทดแทนต่อไป
สมาคมประกันภัยตั้งศูนย์กลางรับเรื่อง ย้ำเฝ้าระวังมวลน้ำเหนือ
นายสมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันภัยวินาศภัยไทย กล่าวด้วยว่า สมาคมฯ กำลังเร่งรัดติดตามสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว โดยระบุว่าความเสียหายในภาพรวมขณะนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า สถานการณ์ภาพรวมยังไม่รุนแรงเท่าปี 2554 และความเสียหายของรถยนต์ยังไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้ทยอยเพิ่มระดับอย่างช้าๆ ทำให้เจ้าของรถส่วนใหญ่ยังมีเวลาเคลื่อนย้ายรถได้ทัน
“น้ำท่วมรอบก่อน ๆ เป็นหย่อม ๆ กระจายกันไป แต่ตอนนี้เหมือนกับทั่วทั้งประเทศ และในบางพื้นที่ท่วมสูง บางพื้นที่ยังไม่ได้สูงมากนัก 20-30 ซม. หรือ 50 ซม. รถจำนวนหนึ่งสามารถหนีพื้นที่น้ำท่วมไปได้ เพราะว่าน้ำครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะท่วมกระจาย แต่น้ำค่อยๆ มา เจ้าของรถ จะมีเวลาเคลื่อนย้ายรถไปได้ ไม่ใช่เป็นน้ำท่วมฉับพลันเหมือนหาดใหญ่ นี้ แต่จะเห็นว่า น้ำยังมาเรื่อยๆ เรากำลังติดตามสถานการณ์การน้ำที่มาจากภาคเหนืออยู่ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร”
พร้อมกันนี้ ทางสมาคมฯ ได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุและความเสียหายขึ้น เพื่อช่วยเสริมการทำงานของบริษัทประกันภัย โดยกรณีที่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ สามารถติดต่อผ่านศูนย์ของสมาคมฯ ได้ทันที สำหรับการประเมินมูลค่าความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทสมาชิก
“วันนี้มีทางทีมงานของสมาคมฯ และบริษัทประกันภัยตั้งศูนย์ในการรับแจ้งอุบัติเหตุ รับแจ้งความเสียหายของประชาชน ไม่ว่าจะทำประกันของบริษัทไหนก็ตาม แต่ถ้าติดต่อบริษัทนั้น ๆ ไม่ได้ หรืออาจจะนึกอะไรไม่ออก สามารถโทรติดต่อมาที่สมาคมฯ ได้”
สำหรับ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สมาคมฯ แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยถ่ายภาพความเสียหายของทรัพย์สิน อาคาร หรือรถยนต์เก็บไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งถ่ายภาพขณะเคลื่อนย้ายหรือทำความสะอาดทรัพย์สิน เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถอนุมัติการเคลมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
นอกจากนี้ สมาคมฯ อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางปฏิบัติในทิศทางเดียวกันเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน
“สมาคมฯ กำลังออกข้อแนะนำการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ ให้มีการดำเนินการในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน“





