วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

วัดใจ ‘เฟด’ ดันทองไทยผันผวน ลุ้นนิวไฮรอบใหม่

ตลาดทองคำทั่วโลกจับตาผลประชุมเฟด 17 ก.ย. นี้ อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระแสเก็งทิศทางดอกเบี้ยที่ฉุดราคาผันผวนระยะสั้น  นายกสมาคมค้าทองคำ มั่นใจราคาตอบรับข่าวร้ายไปมากแล้ว ยันแนวรับสำคัญทองไทย 66,000 บาทเอาอยู่ สอดคล้องดัชนีเชื่อมั่นผู้ค้าเดือน ก.ย. ขยับขึ้น มองวิกฤตความเชื่อมั่นดันดอลลาร์อ่อน หนุนทองคำทำนิวไฮรอบใหม่

KEY POINTS

  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวนให้ราคาทองคำ แต่คาดว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวไปล่วงหน้าแล้ว
  • แม้ระยะสั้นจะผันผวน แต่มุมมองระยะยาวยังเป็นทิศทางขาขึ้น โดยมีโอกาสลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ จากปัจจัยหนุนเรื่องเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า
  • คำแนะนำสำหรับนักลงทุนระยะยาวคือให้ทยอยซื้อสะสม ส่วนนักลงทุนระยะสั้นควรชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนหลังการประชุมเฟด

ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนกของนักลงทุนต่อผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และความผันผวนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น 

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ  เปิดเผยกับ กรุงเทพธุรกิจถึง ทิศทางราคาทองคำ รอบนี้ว่า เฟดน่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ แต่ต่อให้เฟดตัดสินใจปรับขึ้นจริง ผลกระทบต่อราคาทองคำก็ไม่น่าจะร่วงลงแรง เพราะราคาตลาดได้สะท้อนและรับข่าวร้ายไปมากแล้วก่อนหน้านี้ 

สอดคล้องกับภาพรวมราคาทองคำในประเทศวันนี้ (15 ก.ย. 2569) ที่แม้ตลาดจะเริ่มเก็งทิศทางดอกเบี้ยเฟด แต่ราคาก็แกว่งตัวย่อลงเพียงเล็กน้อย โดยล่าสุด ณ เวลา 14:41 น.(การประกาศครั้งที่ 13)ปรับลดลงเพียง 50 บาท ทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 67,550 บาท สะท้อนว่าทองคำร่วงลงไม่มากและแนวรับยังมีแรงซื้อพยุงไว้ 

วัดใจ ‘เฟด’ ดันทองไทยผันผวน ลุ้นนิวไฮรอบใหม่

นายจิตติ เน้นย้ำว่า อยากให้นักลงทุนจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อและการเคลื่อนไหวสำคัญในวันที่ 17 ที่จะถึงนี้อย่างใกล้ชิด  

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ  สมาคมค้าทองคำ  ยังคงยืนยันมุมมองในระยะยาวว่าเป็นทิศทางขาขึ้น พร้อมประเมินกรอบแนวรับสำคัญ ราคาทองคำโลก (Spot Gold) ประเมินแนวรับด้านล่างไว้ที่ 4,000-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โดย เชื่อว่าราคาจะไม่หลุดระดับแนวรับดังกล่าวแม้จะมีแรงปรับฐานเข้ามา ราคาทองคำในประเทศ ประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่ไม่น่าหลุด 66,000 บาท

ในส่วนของเป้าหมายราคาทองคำระยะยาว มีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ภายในปีนี้ และมีลุ้นที่จะกลับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมได้ในช่วงต้นปีหน้า 

วัดใจ ‘เฟด’ ดันทองไทยผันผวน ลุ้นนิวไฮรอบใหม่

โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ อันเนื่องมาจากความเชื่อมั่นที่ลดลง จนนำไปสู่การเทขายพันธบัตรเพื่อย้ายเงินเข้าซื้อทองคำ 

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) แม้จะมีผลกระทบอยู่บ้าง แต่นายจิตติมองว่า ปัจจัยกดดันจากเฟดถือเป็นเรื่องหลักที่ต้องติดตามมากกว่า

นายจิตติ แนะนำว่า  ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ทุกฝ่ายต่างต้องการถือครองเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น พร้อมให้คำแนะนำแก่นักลงทุนไว้ 2 กลุ่มอย่างชัดเจน 

สำหรับนักลงทุนระยะยาว (กลุ่มเงินเย็น) แนะนำให้ทยอยซื้อสะสมเก็บไว้ ซึ่งการลงทุนระยะยาวจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

แต่นักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอดูความชัดเจนในวันที่ 17  ก.ย.นี้ เป็นรอบแรกก่อน

ด้าน ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือนกันยายน 2569 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 68.48 จุด (เพิ่มขึ้น 1.47% จากเดือน ส.ค.) โดยแม้ว่าทองคำจะมีปัจจัยหนุนจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย การอ่อนค่าของดอลลาร์ และแรงซื้อจากธนาคารกลางต่างชาติ 

แต่กลุ่มผู้ประกอบการค้าทองคำรายใหญ่และนายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้ากว่า 42% มองว่าราคาทองคำในเดือนนี้มีโอกาสปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร และแรงกดดันสำคัญจากทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากเฟดที่ต้องติดตาม ศูนย์วิจัยทองคำ แนะนำให้นักลงทุนประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างรอบคอบ รวมถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่อาจเข้ามาเป็นปัจจัยชี้ขาดความผันผวนของราคาทองคำในระยะถัดไป

ประเมินกรอบราคาทองคำ คาดการณ์ (ก.ย. 2569) Gold Spot กรอบเฉลี่ย 4,114 -4,604 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทองคำแท่งในประเทศ (96.5%) กรอบเฉลี่ย 66,200 – 72,000 บาท( ค่าเงินบาท กรอบเฉลี่ย 32.33-33.78 บาทต่อดอลลาร์) 

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ประเมินกรอบแนวรับสำคัญ 4,140-4,200 ดอลลาร์ต่ออนซ์ ทองไทย 65,200-66,200 บาท และ แนวรับถัดไป 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ ทองไทย 63,000 บาท 

กรอบแนวต้านสำคัญ 4,340-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองไทย 68,400 - 69,300 บาท

ทั้งนี้แนะรอดูความชัดเจนของถ้อยแถลงหลังการประชุม ก่อนเข้าสถานะเพิ่ม เพื่อลดความเสี่ยงจาก Volatility ของค่าเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบ