ตลาดทองคำโลกและไทย กำลังเผชิญแรงเทขายหนัก หลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยสูงสู้เงินเฟ้อ ดันดอลลาร์แข็งค่า กดดัน Gold Spot ร่วงแรง ขณะที่ “ทองไทย” ผันผวนกว่า 20 ครั้ง ด้าน “กูรูทองคำ” มองปรับฐานระยะสั้น แนะสายเก็งกำไรชะลอซื้อ รอตั้งรับ 4,400 ดอลลาร์ ส่วนสายสะสมถือเป็นโอกาสจังหวะย่อตัว
KEY POINTS
- นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการร่วงลงของราคาเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น และแนวโน้มโดยรวมของทองคำยังคงเป็น "ขาขึ้น" ในระยะกลางถึงยาว
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ ไม่ให้หลุดจากแนวโน้มขาขึ้น
- นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นชะลอการซื้อขาย แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวถือเป็นโอกาสในการทยอยเข้าซื้อสะสม
เมื่อ “ตลาดทองคำ” ทั้งในและต่างประเทศเผชิญแรงระส่ำหนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินคาด ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ กูรูทองคำมองเป็นการปรับฐานระยะสั้น พร้อมแนะกลยุทธ์ตั้งรับชะลอการซื้อตาม
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศไทย ประจำวันที่ 31 ส.ค. 2569 ปรับตัวผันผวนอย่าง “รุนแรง” นับตั้งแต่เปิดตลาดซื้อขายในช่วงเช้า โดยราคาทิ้งตัวลงแรงทันทีหลังได้รับปัจจัยลบภายนอกประเทศ นำโดยคำแถลงของ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟดในการประชุมสัมมนาวิชาการประจำปีที่ Jackson Hole ที่ระบุชัดเจนว่า เฟดพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรือ “ตรึงดอกเบี้ย” ไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กดดันราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) ให้ย่อตัวลงแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับราคาทองคำในประเทศตามรายงานล่าสุดของสมาคมค้าทองคำ ตลาดมีการปรับเปลี่ยนราคาสวนทางและผันผวนระหว่างวันไปแล้วถึง 20 ครั้ง (ณ เวลา 13.06 น.) ล่าสุดราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 69,400.00 บาท ขายออกบาทละ 69,600.00 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ 96.5% ฐานภาษีรับซื้อบาทละ 68,007.76 บาท ขายออกบาทละ 70,400.00 บาท ปรับตัวลดลงสุทธิจากราคาปิดเมื่อวันก่อนหน้าถึง 650 บาท
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ปัจจัยหลักที่เข้ามาแทรกแซงตลาดในขณะนี้คือนโยบายการเงินของเฟดที่ส่งสัญญาณสายเหยี่ยวมากกว่าที่นักลงทุนประเมินไว้ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรออกมาเพื่อลดความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อสะสมจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นฐานพยุงราคา ไม่ให้ราคาทองคำหลุดกรอบโครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่
นายพีระพงศ์ วิริยะนุเคราะห์ นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บริษัท ออสสิริส จำกัด มองว่า วานนี้ (31 ส.ค.69) ราคาทองโลกเปิดตลาดที่ 4,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองไทย เปิดตลาดราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออกประมาณบาทละ 69,700 บาท หลังเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองโลกเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ปิดลบจากวันก่อนมากถึง 147 ดอลลาร์ต่อออนซ์(-3.22%) ท่ามกลางสกุลดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสูงสุดรอบ 2 เดือนครึ่ง หลัง “เควิน วอร์ช” ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงอย่างชัดเจนสู่เป้าหมาย 2% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า จากเครื่องมือ CME FedWatch ล่าสุด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดมั่นใจสูงถึง 56% ว่าเฟด จะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนก.ย.
ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูง หลังจากกองทัพสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. เพิ่มความกังวลเฟ้อในตลาดมากขึ้น
ดังนั้น ยังมองว่าภาพรวมยังเป็น “การพักฐาน” จากแรงหนุนดอลลาร์แข็งค่า แต่ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม “ขาขึ้น” ในระยะกลาง-ยาว สำหรับระยะสั้น หากราคายังไม่หลุด 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงไปอย่างชัดเจนและยืนได้มีโอกาสรีบาวด์กลับ 4,500-4,575 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในตรงกันข้าม หากหลุด 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสแตะ 4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนในมุมขาขึ้นหากกลับมายืน 4,610 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเริ่มเปลี่ยนเป็น Bullish มีโอกาสกลับไปมองกรอบทดสอบแนวต้าน 4,700 แนวรับ 4,360-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้าน 4,470-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทางด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) ระบุว่า การย่อตัวของ Gold Spot ในรอบนี้ถือเป็นการเข้าสู่ช่วงปรับฐาน (Correction Phase) หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง โดยตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางนโยบายการเงินเฟดในระยะถัดไป
สำหรับการประเมินกรอบการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า Gold Spot มีแนวรับสำคัญที่ 4,400-4,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,560-4,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ประเมินแนวรับไว้ที่ 69,000-69,400 บาท และแนวต้านที่ 70,500-71,000 บาท
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะสั้น (Trading) แนะนำให้ชะลอการลงทุน (Wait & See) เพื่อรอให้ราคาเริ่มสร้างฐานที่ชัดเจนบริเวณแนวรับ และไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อตาม (Follow Buy) ในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) หาก Gold Spot ปรับตัวหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนนักลงทุนระยะยาว (Value Investor / DCA) จังหวะการย่อตัวแรงในรอบนี้ถือเป็นโอกาสในการทยอยแบ่งไม้เข้าซื้อสะสม เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนและการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก (Central Bank Buying) ยังคงเป็นแรงหนุนหลักในระยะยาว





