ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและสัญญาณเทคนิคเชิงบวก
KEY POINTS
- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และสัญญาณทางเทคนิคที่เป็นบวก
- ราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญทางเทคนิค (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน) ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก
- ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนในวันศุกร์ (21 ส.ค.69) และกำลังมุ่งหน้าสู่การปรับขึ้นรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่สามต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการทะลุแนวต้านทางเทคนิคสำคัญ ขณะที่แผนสนับสนุนตลาดพันธบัตรผ่านโครงการซื้อคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐ กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่า
ทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 2.4% สู่ระดับ 4,623.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:41 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (17:41 GMT) หลังจากก่อนหน้านี้แตะ 4,631.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ปิดเพิ่มขึ้น 2.4% ที่ 4,680.60 ดอลลาร์
ปัจจัยทางเทคนิค-ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนตลาดทองคำ
ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาทองคำปรับขึ้นแล้วมากกว่า 5% โดยรวมถึงการดีดขึ้นวันเดียวแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้ ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญทั้งหมด หลังจากทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันซึ่งตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด บริเวณ 4,513 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณเชิงบวกทางเทคนิค
“ปัจจัยสำคัญอย่างมากคือสัญญาณทางเทคนิค… เป้าหมายถัดไปคือ 4,700 ดอลลาร์ หากโมเมนตัมนี้ยังคงอยู่ต่อไป และผมคิดว่าการปรับขึ้นรอบนี้ถูกขับเคลื่อนอย่างมากจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน” บาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ตลาดโลกของ TD Securities กล่าว
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวใกล้ระดับต่ำสุดตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากนักลงทุนตั้งคำถามว่าความพยายามของกระทรวงการคลังสหรัฐ ในการทำให้ตลาดพันธบัตรสงบลง อาจลงเอยด้วยการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินดอลลาร์เองหรือไม่
รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลอาจขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มเติม หลังจากหนึ่งวันก่อนหน้านั้น กระทรวงการคลังเพิ่งเปิดเผยแผนที่จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่า
“ความต้องการคอลออปชันของทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความต้องการกลับมาซื้อสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงนโยบายมหภาคระดับโลก ซึ่งสร้างตัวขยายแรงกลไกราคาทั้งทางขึ้นและทางลง” โกลด์แมน แซคส์ ระบุในบทวิเคราะห์
โกลด์แมน แซคส์ ระบุเพิ่มเติมว่า ความเชื่อมั่นของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐที่อ่อนลงหลังจากเฟด “พักขึ้นดอกเบี้ย” ในเดือนกรกฎาคม ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ช่วยจุดแรงซื้อเชิงเก็งกำไรในสัญญาทองคำ COMEX ซึ่งตลาดซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเพิ่มความต้องการกองทุน ETF ทองคำที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย โดยความต้องการคอลออปชันที่สูงและยังอยู่ในระดับสูงมีแนวโน้มจะขยายแรงเคลื่อนไหวของราคาเพิ่มเติม
ด้านอุปสงค์เชิงกายภาพ ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นรอบล่าสุดทำให้ผู้ซื้อรายย่อยในอินเดียชะลอการซื้อ ขณะที่อุปสงค์จากจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดยังคงทรงตัว
ข้อมูลเมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า ธนาคารกลางโปแลนด์ชะลอการซื้อทองคำลงเหลือ 7.8 เมตริกตันในเดือนกรกฎาคม
ด้านโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาโลหะเงินตลาดสปอต (Spot Silver) ปรับตัวขึ้น 2.3% สู่ระดับ 69.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์, แพลทินัมเพิ่มขึ้น 2.8% สู่ระดับ 1,878.58 ดอลลาร์ ขณะที่แพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 1,344.96 ดอลลาร์ โดยโลหะทั้งหมดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์




