รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลกดีดกลับจากแรงขายก่อนหน้าและเคลื่อนไหวทรงตัวในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.69) โดยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยแท้จริงระยะยาวที่อาจปรับลดลงช่วยพยุงราคา ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งยิ่งตอกย้ำด้วยราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น
ทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.1% อยู่ที่ 4,516.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:32 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (17:33 GMT) หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 4,450.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยถอยห่างจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ที่ทำได้ก่อนหน้านี้ในเซสชันเดียวกัน
สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ปิดบวก 0.6% ที่ 4,571.40 ดอลลาร์
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 4% ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรร่วงลงแรง หลังจากกระทรวงการคลังประกาศว่าจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว
“ทองคำกำลังเจอแรงขายทำกำไรตามปกติหลังจากที่ปรับขึ้นแรงในเซสชันก่อนหน้า” จิม ไวคอฟฟ์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก American Gold Exchange กล่าว เขาเสริมว่ารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีน้ำเสียงค่อนข้างเข้มงวด (hawkish) ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งได้ปลุกความกังวลเงินเฟ้ออีกครั้ง ก็เป็นปัจจัยถ่วงราคาทองคำด้วย
อย่างไรก็ดี ทองคำลดช่วงลบลงบางส่วนหลังจากรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นบีซีในวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลอาจเพิ่มวงเงินการซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งอาจสูงกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อการออกพันธบัตรแต่ละครั้ง
“ทองคำได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจริงระยะยาวที่อาจลดลง” ไท หว่อง นักวิเคราะห์อิสระกล่าว
แม้นักลงทุนมักมองทองคำว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ แต่การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงสามารถลดความต้องการทองคำได้ เพราะทำให้ต้นทุนโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลอย่างทองคำสูงขึ้น
ตลาดคาดเฟดคงเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
รายงานการประชุมเดือนกรกฎาคมของเฟดซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธ ระบุถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อของผู้กำหนดนโยบายบางส่วน และชี้ว่ากรรมการหลายคนยังเปิดรับความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เทรดเดอร์ประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดจะ “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนกันยายนอยู่ที่ 67.4% ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด CME FedWatch
ราคาน้ำมันดิบเดินหน้าปรับขึ้นต่อไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับความขัดแย้งกับอิหร่านยังหยุดชะงัก ยิ่งเพิ่มความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
“เมื่อทีมเศรษฐกรของเราในสหรัฐ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ย เราจึงมองว่าทองคำมีโอกาสทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2027 หรืออาจเร็วกว่านั้น” แต่น่าจะมีความผันผวนสูงด้วย นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ระบุในบันทึก
สำหรับโลหะอื่น ๆ โลหะเงินสปอตปรับขึ้น 1.9% มาอยู่ที่ 68.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1,824.72 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมอ่อนลง 0.1% สู่ระดับ 1,330.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัปเดตราคาช่วงเช้าวันศุกร์ (21 ส.ค. 2569)
- ทองคำสปอตปรับขึ้น 0.2% สู่ระดับ 4,522.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:11 น. ตามเวลาที่สิงคโปร์
- เงิน (silver) เพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 68.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- แพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.1%
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ทองคำกำลังมุ่งหน้าสู่การปรับขึ้นรายสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่สาม หลังจากการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐ แบบไม่คาดคิด ยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ
ทองคำแท่ง ซื้อขายบริเวณราว 4,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มว่าจะปิดสัปดาห์นี้ด้วยการปรับขึ้นมากกว่า 3% การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดพันธบัตรโดยไม่คาดคิดเมื่อวันพุธ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์และค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำ ขณะที่ในวันพฤหัสบดี รัฐมนตรีคลังสก็อต เบสเซนต์ระบุว่า เขาพร้อมจะขยายโครงการซื้อคืนตราสารหนี้ที่มีต้นทุนสูงขึ้น และส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะเปิดเผยมาตรการการคลังชุดใหม่เพื่อรับมือกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงที่สุดในรอบหลายปีในเร็ว ๆ นี้



