วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘แม่ทองสุก’ ส่งโทเคนทองรายแรก ชี้เป้าปีหน้าลุ้นแตะ 8,000 ดอลลาร์

แม่ทองสุก ผนึก Kubix เปิดตัว "MTS Gold Investment Token" โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนธุรกิจทองคำ รายแรกไทย คาดราคาทองคำระยะยาวมีโอกาสพุ่งขึ้น แตะระดับ 6,000-8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีหน้า

KEY POINTS

  • แม่ทองสุกร่วมมือกับ Kubix เปิดตัว "MTS Gold Investment Token" โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในทองคำเป็นรายแรกของไทย
  • คาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวมีโอกาสพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 6,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีหน้า
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกกว่า 50 แห่ง เพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำเป็นทุนสำรอง และคาดว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นจะสิ้นสุดลง
  • มองว่าราคาทองคำกำลังจะจบช่วงขาลงภายในปีนี้ และเป็นจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการทยอยซื้อสะสม

จับตาปรากฏการณ์สั่นสะเทือน “ตลาดทุนโลก” เมื่อธนาคารกลางกว่า 50 แห่งพร้อมใจพาเหรดปรับสัดส่วนทุนสำรอง เทขายพันธบัตรสหรัฐ มุ่งหน้าสู่ “ทองคำ” ดันสัดส่วนพุ่งแตะ 27% ประเมินราคาทองคำใกล้จบ “ขาลง” ปีนี้ เล็งทดสอบแนวรับสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ ชี้เป็นจังหวะทองนักลงทุนระยะยาว 

ในยุคปัจจุบันตลาดทองคำได้ก้าวเข้าสู่ “มิติใหม่” ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลก โดยไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการเก็บสะสมทุนสำรองหรือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ของธนาคารกลางกว่า 50 แห่งทั่วโลก

นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดทองคำโลกในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ โดยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกของรายย่อย แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักของธนาคารกลางทั่วโลก สะท้อนจากตัวเลขการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 27% จากเดิมที่มีเพียง 2-3% ในช่วง 3 ปีก่อน สวนทางกับสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่ดิ่งลงจาก 70% เหลือเพียงราว 22% ในปัจจุบัน

แม้ตลาดทองคำทั่วโลกจะมีความผันผวน แต่มองว่านี่คือ “โอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว” เนื่องจากปัจจุบันราคาทองคำเริ่มกลับเข้าสู่ ฐานแนวรับที่แข็งแกร่งบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับในประเทศไทย จังหวะที่ราคาทองคำแกว่งตัวอยู่ในระดับ 63,000-64,000 บาท ในปัจจุบันถูกมองว่าเป็นจุดที่ท้าทายและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทยอยซื้อสะสมในเวลาเดียวกัน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการวางแผนการลงทุนท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้ “ราคาทองคำ” ยังมีความผันผวนสูง มาจากปัจจัยเรื่องสงครามตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าราคาทองคำกำลังจะจบช่วงขาลงภายในปีนี้ ประเมินว่าทองคำกำลังทดสอบแนวรับระยะสั้นที่สำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ แนวรับถัดไปที่ 3,600 -3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากมีจุดต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โดยยังมีปัจจัยเสี่ยงต้องจับตาระยะสั้น คือ “ราคาน้ำมัน” หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค้างสูง ยืนระยะได้นานกว่า 1 เดือน จะกลายเป็นตัวกดดันราคาทองคำอย่างมาก เพราะจะส่งผลให้เงินเฟ้อในสหรัฐสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความจำเป็นขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

นายแพทย์กฤชรัตน์ มองว่า กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากเฟดมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำมีโอกาสหลุดแนวรับสำคัญที่ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.2% มาอยู่ที่ประมาณ 3.5-3.6% ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปลายปีนี้ ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาการประชุมเฟดในอีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า หรือรอบการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งจะพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและตัวเลข CPI 

แน่นอนทองคำมักไม่ถูกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง หากเฟดคงดอกเบี้ยไว้ ราคาอาจทรงตัวอยู่เหนือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากดอกเบี้ยขาขึ้นจบลงหรือเริ่มเป็นขาลง จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปีหน้า

สำหรับ มุมมองแนวโน้มราคาทองคำระยะกลางและระยะยาว (3 เดือน-ปี 2570 ) ชี้ว่าในปีนี้ราคาทองคำยังสามารปรับฐานราคาสูงขึ้น จากเดิมที่ประมาณ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถสร้างฐานใหม่ในช่วง 1-2 เดือนนี้ได้ จะเป็นรากฐานสำคัญสู่ราคาที่สูงขึ้นในอนาคต

ด้านมุมมองปีหน้าคาดสถานการณ์สงครามจะสงบลงและราคาน้ำมันจะนิ่งขึ้น ประกอบกับแรงหนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกกว่า 54 แห่ง ที่มีมุมมองบวกและเพิ่มการสำรองทองคำ ดังนั้น ให้เป้าหมายระยะยาวมีโอกาสราคาทองคำจะพุ่งไปถึง 6,000-7,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือแม้แต่ 8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในอนาคต หากปัจจัยบวกต่าง ๆ เอื้ออยู่มาก

ขณะที่ ปัจจุบันทองคำมีความผันผวนสูง แต่เชื่อว่ากำลังจะจบช่วง “ขาลง” ภายในปีนี้ ทำให้การลงทุนผ่าน Token นี้จึงเป็นโอกาสในช่วงที่ราคาทองคำกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง โดยมีมืออาชีพเป็นผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ให้ 

เพื่อตอบรับจังหวะการเปลี่ยนทิศราคาทองคำ กลุ่มแม่ทองสุก ได้ร่วมมือกับ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) ในกลุ่มธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในประเทศไทย ออกแบบมาสำหรับการลงทุนระยะยาว 3 ปี มอบผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับส่วนต่างกำไร (Upside) ตามทิศทางราคาทองคำในอนาคต 

พร้อมชู “จุดเด่น” ด้านความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและบริหารจัดการโดยมืออาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 74 ปี ลดความยุ่งยากในการเก็บรักษาทองคำแท่งจริง และตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความ