ราคาทองคำโลกทรงตัวในแดนลบ หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ เฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อสูง
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลก ยังคงส่งสัญญาณปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเหตุโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองของกองทัพสหรัฐได้ฉุดให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ราคาทองคำแท่ง เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเริ่มเปิดตลาดวันพฤหัสบดี (9 ก.ค. 69) หลังจากที่ราคาปรับตัวลดลงติดต่อกัน 3 วัน โดยการโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาคิดว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านนั้น "จบลงแล้ว" ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลวอชิงตันได้ยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้รัฐบาลเตหะรานสามารถขายน้ำมันดิบทั่วโลกได้
สำหรับกลุ่มนักค้าทองคำ การยกระดับการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เพิ่มความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้นเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ โดยรายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายนของเฟดซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า มีผู้กำหนดนโยบายจำนวนหนึ่งเห็นสมควรที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะสนับสนุนการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมก็ตาม
ในภาพรวม รายงานการประชุมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานลดลงเล็กน้อย ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นนี้ โดยปกติแล้วจะเป็นปัจจัยกดดัน (Headwind) ต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ราคาทองคำ ปรับตัวลดลงมาแล้วมากกว่า 1 ใน 5 นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยแรงเทขายทำกำไรได้ทำให้สภาวะตลาดกระทิง (Bull Run) ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 3 ปีต้องสิ้นสุดลง และเมื่อไม่นานมานี้ราคายังถูกกดดันจนร่วงลงไปต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคงมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่ชี้ว่านักลงทุนกำลังเปิดสถานะขายชอร์ต (Short Position) จำนวนมากเพื่อเก็งกำไรจากการปรับตัวลดลงเพิ่มเติมในอนาคต
อัปเดตราคาเช้าวันพฤหัสบดี (9 ก.ค. 69)
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 4,077.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:15 น. ในสิงคโปร์ ด้านราคาโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้น 0.2% อยู่ที่ 58.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาแพลทินัมและแพลเลเดียมขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 0.1% หลังจากปิดตลาดในเซสชันก่อนหน้าลดลงไปเล็กน้อย


