วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกไหลลงต่อ รับข่าวสหรัฐโจมตีอิหร่าน วิตกดอกเบี้ยเฟด

ราคาทองคำโลกทรงตัวในแดนลบ หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซ้ำเติมความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในเช้าวันพุธ (8 ก.ค.69) เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศครั้งใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน ได้ส่งผลให้ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามตกอยู่ในความเสี่ยง โดยสงครามดังกล่าวเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

ราคาทองคำแท่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธนี้ หลังจากร่วงลงไป 1.4% ในเซสชันก่อนหน้า

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) แถลงว่าได้เปิดฉาก "โจมตีอันทรงพลัง" เพื่อตอบโต้อิหร่านที่ก่อเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลวอชิงตันสั่งยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันสู่ตลาดโลกได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น

การดีดตัวขึ้นของราคาพลังงานจะช่วยตอกย้ำความคาดหวังที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเป็นเวลานานกว่าเดิมเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่น ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นนี้มักเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังส่งผลให้ทองคำแท่งซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นอีกด้วย

 

บรรดาเทรดเดอร์กำลังจับตาดูเบาะแสเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจากรายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายนของเฟด (Fed Minutes) ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยและมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงค่ำของวันพุธนี้ โดยราคาทองคำแท่งเคยทรุดตัวลงหลังจากการประชุมครั้งนั้น เนื่องจากนายเควิน วอร์ช  ประธานเฟดคนใหม่ มีท่าทีสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงไปแล้วมากกว่า 1 ใน 5 นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น

  • อัปเดตราคาเช้าวันพุธ (8 ก.ค. 69)

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ขยับลง 0.2% อยู่ที่ 4,098.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 06:55 น. ในสิงคโปร์ ส่วนราคาเงิน (Silver) ลดลง 0.4% แตะระดับ 59.72 ดอลลาร์ ขณะที่แพลทินัม  และแพลเลเดียมปรับตัวลดลงเช่นกัน ด้านดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขยับเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน