วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ครุกแมนเตือน อีลอน มัสก์ เป็นแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ รอวันแตก

นักเศรษฐศาสตร์ดัง พอล ครุกแมน เตือนนักลงทุน วิจารณ์ยับ อีลอน มัสก์ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ 'เมื่อวอลล์สตรีทสมรู้ร่วมคิด คุณกำลังจะถูกบังคับให้ซื้อหุ้น SpaceX'

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกโรงเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงการลงทุนในหุ้น SpaceX เขาเขียนบทความลงในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย Substack เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.69) ซึ่งเป็นวันที่หุ้นของบริษัทขนส่งทางอวกาศ และธุรกิจดาวเทียม SpaceX ของอีลอน มัสก์ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดแนสแด็ก โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 19% จากราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ 135 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งมูลค่าตลาดของ SpaceX ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นของหุ้นจากไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้มัสก์กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก

 

ครุกแมน เล่าแบบประชดว่า เมื่อวันพฤหัสบดี เขาเดินทางทริปสั้นๆ เริ่มด้วยการนั่งรถไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ท้องถิ่นที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซึ่งขุดโดยบริษัท บอริ่ง คอมพานี (Boring Company) จากนั้นเขาก็ใช้ชิปฝังสมองสั่งการเรียกเทสลา โรโบแท็กซี่ (Tesla robotaxi  แท็กซี่ไร้คนขับอัจฉริยะ และในระหว่างเดินทาง เขาก็นั่งอ่านข่าวอัปเดตล่าสุดจากอาณานิคมบนดาวอังคารไปด้วย

 

“โอเค... ความจริงคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมันไม่มีอยู่จริง!” ครุกแมนสรุป

  • สัญญาหลายอย่างของมัสก์ไม่เป็นจริง

ครุกแมน สาธยายว่า ไม่มีไฮเปอร์ลูปที่ใช้งานได้จริง บอริ่ง คอมพานี ไม่เคยขุดอุโมงค์เชิงพาณิชย์เลยสักแห่ง ส่วนเทสลาก็มีแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ  ที่ยังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบสมบูรณ์  วิ่งอยู่แค่ในเมืองออสติน และไม่มีที่อื่นอีกเลย (ในขณะที่แท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ของกูเกิล เปิดให้บริการแล้วในศูนย์กลางเมืองใหญ่หลายแห่ง) ด้านนิวราลิงก์ (Neuralink) ที่อ้างว่าเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชิปฝังสมอง ก็เพิ่งทดสอบผลิตภัณฑ์กับคนไข้เพียงไม่กี่ราย และยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเรื่องอาณานิคมดาวอังคารน่ะเหรอ? ยังไม่เคยมีแม้กระทั่งเที่ยวบินที่มีมนุษย์ควบคุมเดินทางไปดาวอังคาร และไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ 

 

ครุกแมน เอ่ยว่า ทว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ กลับสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริการแต่ละอย่างที่ว่ามานี้ จะพร้อมใช้งานภายในปี 2025 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

 

  • เทสลา-สตาร์ลิงก์ ของมัสก์ประสบความสำเร็จ

ครุกแมน ยอมรับว่า มัสก์เคยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงมาบ้าง เทสลาคือ ก้าวที่ล้ำหน้าในกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสตาร์ลิงก์ (Starlink) ก็เป็นบริการที่สำคัญอย่างยิ่งยวดรวมถึงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง

 

ครุกแมน ย้ำว่า แต่ความสำเร็จเหล่านั้นมันยังไม่มากพอที่จะส่งให้มัสก์กลายเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกได้หรอก อันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีรากฐานมาจาก "ความเชื่อที่สร้างความจริงขึ้นมาเอง" (Self-fulfilling faith) กล่าวคือ นักลงทุนที่เชื่อมั่นในความอัจฉริยะของมัสก์ พากันแห่ไปกว้านซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่มัสก์ควบคุมอยู่ และมูลค่าที่พุ่งสูงขึ้นของบริษัทเหล่านี้ก็กลับมาช่วยเสริมส่งให้ชื่อเสียงด้านความอัจฉริยะของเขาดูน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก

  • เตือนมัสก์คือ แชร์ลูกโซ่

“เรามีคำนิยามสำหรับธุรกิจที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพียงเพราะมันสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ และที่มันดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ก็เพราะตัวมันดูประสบความสำเร็จ... ธุรกิจแบบนั้นเขาเรียกว่า "แชร์ลูกโซ่" (Ponzi schemes) และอีลอน มัสก์ ก็คือ แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง” ครุกแมน กล่าวเตือน

 

เขากล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า ทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัสก์ไม่ใช่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต แต่เป็นความเชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเส้นสายวงใน โดยเฉพาะอิทธิพลที่เขามีต่อรัฐบาลทรัมป์

 

หากอยากเห็นภาพชัดขึ้น ให้ลองพิจารณากรณีที่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ (Twitter) เมื่อปี 2022 ซึ่งต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อเป็น X ในการระดมทุนเพื่อปิดดีลนั้น วอลล์สตรีท (กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุน) ได้ให้มัสก์กู้ยืมเงินถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนี้สินที่พวกเขาตั้งใจจะรีบผ่องถ่ายออกจากบัญชีของตัวเองด้วยการขายต่อให้นักลงทุนรายอื่น แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเดินหน้าทำลายโมเดลธุรกิจของ X ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นส้วมหลุมของพวกขวาจัด และพวกฝักใฝ่นาซี จนทำให้บรรดาผู้โฆษณาพากันถอนตัวหนีหาย

 

พอถึงช่วงฤดูร้อนปี 2024 มูลค่าของ X ดิ่งลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่ซื้อมาด้วยซ้ำ และหากธนาคารยอมขายหนี้ก้อนนี้ออกไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับการขาดทุนถึง 40 เซนต์ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ ทำให้เหล่าผู้บริหารธนาคารจำเป็นต้องแบกรับหนี้ของทวิตเตอร์เอาไว้นานกว่าที่คาดคิด จนนำไปสู่พาดหัวข่าวของ Wall Street Journal ในเดือนสิงหาคม 2024 ที่ว่า "การเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของอีลอน มัสก์ ถือเป็นดีลซื้อกิจการที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคาร นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน"

  • สายสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์หนุนธุรกิจมัสก์

ครุกแมน ระบุว่า แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเข้ามาช่วยชุบชีวิตทั้งกลุ่มธนาคาร และกอบกู้ความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคตของมัสก์เอาไว้ นั่นคือ การชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 และการมาถึงของยุค AI

หลังจากการเลือกตั้งของทรัมป์ บรรดาผู้ลงโฆษณาเริ่มทยอยกลับมาที่ X โดยอ้างเหตุผลว่าจำเป็นต้องเอาใจมัสก์ และทรัมป์ และในเดือนมีนาคม 2025 มัสก์ได้ควบรวมบริษัท AI ที่เขาเพิ่งก่อตั้งใหม่อย่าง xAI เข้ากับ X เพื่อเกาะกระแสความเห่อ AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของ X และบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง

 

ครุกแมน กล่าวต่อไปว่า แต่โชคร้ายสำหรับมัสก์ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แชตบอต "Grok" ของ xAI ก็ยังตามหลังโมเดล AI ของ Anthropic และ OpenAI อยู่ห่างไกล แถมมันยังถูกมองในวงกว้างว่าไม่ปลอดภัย และเชื่อถือไม่ได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งมันถึงกับเริ่มพ่นข้อความเหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านยิวออกมา พร้อมกับตั้งฉายาให้ตัวเองว่า "เมคาฮิตเลอร์" (MechaHitler) แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์จะพยายามผลักดันให้หน่วยงานรัฐต่างๆ รวมถึงกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) หันมาใช้ Grok แต่ก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จเลย

  • มัสก์เอา SpaceX มาอุ้ม X และ xAI

ครุกแมนชี้ว่า ดังนั้น มัสก์ผู้ซึ่งเพิ่งจะอุ้ม X ด้วยการเอาไปควบรวมกับ xAI ตอนนี้กำลังจะหันมาอุ้ม xAI ต่อ ด้วยการโยนมันไปรวมเข้ากับ SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงอย่างสตาร์ลิงก์

 

และในวันนี้ SpaceX กำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้น การเปิดขายหุ้น IPO วันแรกในตลาด Nasdaq เปิดตัวด้วยราคาที่ทำให้บริษัทนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อปีที่แล้วบริษัทนี้มีรายได้เพียง 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีผลประกอบการที่ขาดทุนด้วยซ้ำ

 

ครุกแมน ตั้งข้อสงสัยว่า มูลค่าที่สูงลิ่วราวกับ "อยู่นอกโลก" ขนาดนี้ มันมีความสมเหตุสมผลตรงไหน? การทำ IPO ครั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานส่วนหนึ่งที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะยอมควักกระเป๋าจ่าย ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ประเมินมูลค่าทางธุรกิจของ SpaceX อย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังซื้อหุ้นใน "ความอัจฉริยะ" ของอีลอน มัสก์ ต่างหาก

  • ครุกแมนโทษแนสแด็กบิดกติกาช่วยมัสก์

ครุกแมนยังกล่าวโทษผู้บริหารตลาดแนสแด็กว่า ลำพังแค่กลุ่มผู้เลื่อมใสศรัทธาอาจไม่มากพอที่จะต่ออายุเกมเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินนี้ได้ พันธมิตรในวอลล์สตรีทของมัสก์จึงต้องเข้ามาช่วยกันโกงกฎกติกา ดัชนีหุ้นรายใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ Nasdaq 100 และ FTSE Russell ได้ยอมเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรับ SpaceX เข้าเป็นสมาชิกดัชนีแทบจะในทันที

  • นักลงทุนถูกบังคับทางอ้อมให้ซื้อหุ้น SpaceX 

ครุกแมน ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การที่หุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในดัชนีหุ้นรายใหญ่นั้น จะสร้างผลประโยชน์ทางการเงินให้อย่างมหาศาล เพราะหุ้นจำนวนมากในตลาดถูกถือครองโดย "กองทุนดัชนี" (Index Funds) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ออกแบบพอร์ตโฟลิโอมาให้วิ่งเลียนแบบพฤติกรรมของดัชนีหลักๆ ดังนั้น มันจึงเกิดความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนีใหญ่ เพราะกองทุนดัชนีไฟต์บังคับว่าจะต้องกว้านซื้อหุ้นเหล่านั้นเข้ามาเติมในพอร์ตของตัวเอง

 

ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ดัชนีรายใหญ่จะต้องรออย่างน้อยหนึ่งปีหลังจากบริษัททำ IPO เพื่อให้เวลาหุ้นได้ "เติบโตเต็มที่" ก่อนที่จะพิจารณานำเข้ารวมในดัชนีชี้วัดตลาด การยอมหักกฎเกณฑ์เพื่อ SpaceX ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ามัสก์มีความสามารถในการชักจูง และทำให้สถาบันหลักๆ บิดเบี้ยวได้ขนาดไหน (อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังคงต้านทานแรงกดดันนี้ได้ และยืนยันจะรอครบหนึ่งปีก่อนจึงจะนำ SpaceX เข้าร่วม)

  • ครุกแมนทำนายแชร์ลูกโซ่มัสก์จะล้มลงในที่สุด

เรื่องนี้นำไปสู่ประเด็นสุดท้ายของครุกแมน ซึ่งเขาทำนายว่า  “แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ขนาดมหึมาที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์ วันหนึ่งมันจะต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน แต่แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมนั้นจะโกงเฉพาะเงินของนักลงทุนที่เลือกจะเดินเข้ามาเล่นด้วยตัวเองเท่านั้น ทว่าในครั้งนี้ เงินจำนวนมหาศาลที่ใช้ค้ำยันกลโกงของมัสก์ จะมาจากกระเป๋าของชาวอเมริกันธรรมดาๆ ที่ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องซื้อหุ้นนี้ ปัจจุบัน สินทรัพย์ของกองทุนรวมประมาณ 52% ถูกลงทุนอยู่ในกองทุนดัชนีหรือกองทุนที่อิงกับดัชนี และกว่า 50% ของครัวเรือนอเมริกันก็มีการลงทุนในกองทุนรวม ต้องขอบคุณความสมรู้ร่วมคิดระหว่างมัสก์ และวอลล์สตรีท ภายใต้แรงหนุนจากภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลทรัมป์พร้อมเป็นแบ็กหลังให้มัสก์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหรืออาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ต้องถูกลากถูลู่ถูกังเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเครื่องจักรยักษ์ใหญ่ของมัสก์อย่างเลี่ยงไม่ได้”

ครุกแมน กล่าวตบท้ายว่า  “แล้วในอเมริกาประเทศของทรัมป์แบบนี้... ยังมีใครต้องแปลกใจกับเรื่องแบบนี้อีกงั้นหรือ?” 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์