วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตึงเครียดสหรัฐ–ยุโรป หนุน บาทแข็งค่า สูงสุดจากสิ้นปี68

ค่าเงินบาทช่วงเช้าวันนี้ (20ม.ค.69) แข็งค่าสุดที่ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ตึงเครียดสหรัฐฯ หลายประเทศในยุโรปเรื่องกรีนแลนด์ และราคาทองขึ้น

KEY POINTS

  • ค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แตะระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
  • ปัจจัยหลักเกิดจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง
  • สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลออกจากตลาดพัฒนาแล้วมายังตลาดเกิดใหม่ในเอเชียรวมถึงไทย
  • การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก

ค่าเงินบาทช่วงเช้าวันนี้ (20ม.ค.69) แตะระดับแข็งค่าสุดที่ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่ 30 ธ.ค.68 และแข็งค่าเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 31.26 บาทต่อดอลลาร์

ตึงเครียดสหรัฐ–ยุโรป หนุน บาทแข็งค่า สูงสุดจากสิ้นปี68
 

 

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารทีมวิจัย ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้น สวนทาง Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์

 นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 31.15-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียโดยเฉพาะเงินเยน และราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

 

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นแรง 17.66 จุด ดัชนี ทะลุ1,300 จุด  มีมูลค่าซื้อขายกว่า 21,505.67 ล้านบาท 

ตึงเครียดสหรัฐ–ยุโรป หนุน บาทแข็งค่า สูงสุดจากสิ้นปี68

 

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี  มองว่า  หุ้นไทยรับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ หลัง ความตึงเครียดประเด็นเกาะกรีนแลนด์ของสหรัฐฯกับยุโรป กดดัน Risk Appetite ลดลง ทำให้ตลาดเริ่มลดความเสี่ยงตลาดที่ Valaution ตึงตัวใน DMs และตลาดที่ Outperform ไปแล้วอย่าง LatAm มาฝั่ง EM-Asia-ASEAN ที่ Valuation Discount และไม่ได้รับแรงกดดันโดยตรงจากความเสี่ยงของ สะท้อนจาก Fund Flows เข้า EM-Asia +2,588ล้านหรียญฯ(YTD)

ขณะที่ภายในมีภาพบวก  ทั้งปิโตรเคมี (Spread ขยับขึ้น) ธนาคาร+Domestic (งบธนาคาร 4Q25 ดีต่อเนื่อง เพิ่มความเชื่อมั่น) และ BOI กลุ่มชิ้นส่วนฯพุ่ง

และปัจจัยหนุนในประเทศ อาทิ   ก.ล.ต. คาดโครงการ TISA จะเดินหน้าได้ภายในปีนี้ พร้อมเตรียมปรับเกณฑ์การลงทุนเอื้อหุ้นไทยมากขึ้น เปิดกว้างลงทุนหุ้นเติบโต ไม่จำกัดเฉพาะหุ้น ESG สอดคล้องนโยบายพรรคการเมืองหลัก เป็นบวกต่อ SET รวมถึง FDI: ยอด BOI เร่ง New S-Curve กลุ่ม Semi-Conductor หนุนนิคมฯ