วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ทองคำทำสถิติใหม่ไม่หยุดทะลุ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ คาดดอกเบี้ยลง

ทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันพฤหัสบดี จากการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ชัตดาวน์สหรัฐ ผลักดันให้ทองคำทะลุ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์

รอยเตอร์ รายงานราคาทองคำแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่สี่ติดต่อกันในวันพฤหัสบดี (16 ต.ค.68) และพุ่งทะลุ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อโลหะปลอดภัยนี้ เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่กำลังก่อตัวขึ้น และการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ โดยการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นแรงผลักดันสำคัญ

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 2.6% อยู่ที่ 4,316.99 ดอลลาร์/ออนซ์ ณ เวลา 16:07 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (20:07 GMT) หลังจากที่ทองคำแท่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,318.75 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้

ราคาทองคำตลาดซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนธันวาคมของสหรัฐ (Gold Futures) ปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.5% แตะที่ 4,304.60 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,335 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเข้มข้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก การลดถือครองเงินดอลลาร์ และเงินทุนไหลเข้าจากกองทุน ETF ที่แข็งแกร่ง

“แนวโน้มของทองคำจะขึ้นอยู่กับภาพรวมการลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 รวมถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐ และจีน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ระหว่างสหรัฐ และจีน และความสัมพันธ์ยังคงย่ำแย่ลง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์” เซน วาวดา นักวิเคราะห์จาก Market Pulse by OANDA กล่าว

สัปดาห์นี้ นักลงทุนยังคงจับตาดูความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่กำลังคุกรุ่น โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา วอชิงตันได้วิพากษ์วิจารณ์มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนที่ขยายวงกว้างขึ้นว่าเป็นภัยคุกคามต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ตกลงกันในวันพฤหัสบดีที่จะจัดการประชุมสุดยอดอีกครั้งเพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน หนึ่งวันก่อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะมีกำหนดพบปะกับโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน

นักลงทุนกำลังประเมินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ลง 0.25% ในเดือนตุลาคม และอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดยมีโอกาส 98% และ 95% ตามลำดับ

โดยทั่วไปแล้ว ทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ

วาวดา กล่าวว่า การย่อตัวของราคาทองคำในระยะสั้นน่าจะเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากนักลงทุนที่มองโลกในแง่ดีมักจะใช้ช่วงขาลงเพื่อกลับเข้าซื้อ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา HSBC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2568 เป็น 3,355 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยอ้างถึงความต้องการทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง

ขณะเดียวกัน การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ หรือภาวะชัตดาวน์ที่กำลังดำเนินอยู่ได้ระงับข้อมูลเศรษฐกิจที่กำหนดไว้ โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังเตือนว่าอาจทำให้เศรษฐกิจสูญเสียสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ด้านราคาโลหะเงินตลาดสปอตเพิ่มขึ้น 1.8% มาอยู่ที่ 54.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 54.15 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นตลาด ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของราคาทองคำ และได้รับแรงหนุนจากภาวะตึงตัวในตลาดสปอต ราคาแพลทินัมเพิ่มขึ้น 3.2% มาอยู่ที่ 1,706.65 ดอลลาร์สหรัฐ และแพลเลเดียมเพิ่มขึ้น 4.6% มาอยู่ที่ 1,606.00 ดอลลาร์สหรัฐ

  • อัปเดตราคาเช้านี้ (17 ต.ค. 68)

บลูมเบิร์ก รายงานว่าราคาทองคำ และเงินพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อของธนาคารสหรัฐ และความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างวอชิงตัน และปักกิ่ง ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น

ทองคำแท่งพุ่งขึ้นมากถึง 1.2% สู่ระดับ 4,379.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 และเป็นการต่อยอดการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม แรงซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ในปีนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อโลหะมีค่าอื่นๆ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์