วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรุงศรี คาด กนง. คงดอกเบี้ย 2.5% ถึงสิ้นปี

“กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์”ระบุค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ ที่ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ ได้อ่อนค่าลง7.3% ในปีนี้ คาด กนง. จะตรึงดอกเบี้ยในระดับ 2.50% จนถึงสิ้นปี “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” มองกรอบเงินบาทพรุ่งนี้(13 มิ.ย.) 36.60-36.85 บาทต่อดอลลาร์ จับตาทิศทางเงินทุนต่างชาติ

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ นโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.50% ต่อปี จากถ้อยแถลงระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอยู่ที่ 2.6% ในปีนี้ และ 3.0% ในปี 2568 โดยได้รับแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศที่สูงกว่าคาดในไตรมาสที่ 1 การขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 2 ขณะที่ภาคการส่งออกจะยังขยายตัวในระดับต่ำ สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและความท้าทายจากความสามารถในการแข่งขันที่ปรับลดลง

ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มใกล้เคียงเดิมอยู่ที่ 0.6% และ 1.3% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม กนง. แสดงความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ดังนั้นจึงมุ่งสนับสนุนการใช้มาตรการที่ตรงจุด

หลังการประกาศคงอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเล็กน้อยอยู่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยภาพรวมในปีนี้ค่าเงินบาทได้อ่อนตัวลง 7.3% ซึ่ง กนง. ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากความคาดหวังต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด และปัจจัยภายในประเทศ
 

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 21 สิงหาคม 2567 โดยจากท่าทีของการประชุมรอบนี้ คณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อ รวมถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว

ขณะที่จะจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการฟื้นตัวจากของภาคส่งออกและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ตอกย้ำการดำเนินนโยบายการเงินลักษณะ Outlook Dependent ซึ่งสนับสนุนมุมมองของกรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ว่า กนง. จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้อยู่ที่ 2.50% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากแนวโน้มต่างๆไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

 

อย่างไรก็ตาม เงินบาทมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันที่ค่อนข้างแคบ (ในช่วง 36.66-36.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ) แต่เริ่มมีทิศทางแข็งค่าขึ้นในช่วงบ่ายและปิดตลาดที่ระดับ 36.68 บาทต่อดอลลาร์  เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.74 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น หลังผลการประชุม กนง. (ซึ่งมีมติ 6:1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50%) ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนที่ต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดอยู่ระหว่างรอติดตามตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ และผลการประชุมเฟดในคืนนี้อย่างใกล้ชิด สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,815.86 ล้านบาท และ 1,346 ล้านบาท ตามลำดับ 

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  กล่าวว่า สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้(13 มิ.ย.) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.60-36.85 บาทต่อดอลลาร์

ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ การตอบรับของตลาดต่อผลการประชุมเฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ค.