เงินบาทไทยยังอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์ไปเรียบร้อย นักวิเคราะห์ชี้สาเหตุจากแรงขายเงินบาทเพื่อซื้อทองคำในช่วงย่อตัว หลังสัปดาห์เดียวร่วงลงเกือบ 5% เตือนจับตาแรงซื้อกลับสินทรัพย์ไทยหลังย่อตัวแรง
เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดวันนี้(3ต.ค.) ณ เวลา 7.40 น. เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 37.06 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์ให้เหตุผลการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้ว่า เป็นผลจากแรงซื้อทองคำในจังหวะที่ย่อตัวลงมา
สำหรับราคาทองคำตลาดโลก ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง ล่าสุดเช้าวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,839 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลดลงราว 7.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถ้าดูตลอด 7 วันที่ผ่านมา ราคาทองคำได้ปรับลดลงมาแล้วราว 5%
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันในด้านอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลจากโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
สำหรับโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำนี้ หมายถึงนักลงทุนไทยเทขายเงินบาทเพื่อแปลงเป็นเงินดอลลาร์ไปซื้อทองคำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีแรงขายเงินบาทออกมาในช่วงนี้ กดดันให้เงินบาทยังคงอยู่ในทิศทางการอ่อนค่าลง
นายพูน กล่าวด้วยว่า ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่เงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์) 10 ปี ของสหรัฐ ต่างปรับตัวสูงขึ้น ทำให้วันนี้เงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนในทิศทางที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องได้
“หลังจากที่เงินบาทอ่อนค่าทะลุโซแนวต้านสำคัญ 36.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เงินบาทอ่อนค่าต่อทดสอบโซน 37.15-37.25 บาทต่อดอลลาร์ได้”
อย่างไรก็ตาม เขามองว่า จุดอ่อนค่าสุดของเงินบาทที่เป็นไปได้ใหม่ หากอ้างอิงการประเมินตามมูลค่า(Valuation) ของเงินบาทจากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง(REER) จะอยู่ที่ประมาณ 37.50 บาทต่อดอลลาร์
“ในช่วงนี้ควรต้องจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์ระหว่างวัน เนื่องจากแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลงบ้าง และมีโอกาสที่อาจจะเห็นการทยอยกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้บ้าง หลังดัชนีหุ้นไทยเริ่มปรับตัวใกล้โซนแนวรับสำคัญ”
นอกจากนี้ นายพูน ยังกล่าวด้วยว่า แรงขายบอนด์ระยะยาวของไทยอาจยังพอมีอยู่บ้าง จนกว่าบอนด์ยิลด์ 10 ปี สหรัฐ จะพลิกกลับมาย่อตัวลง





