ไทยพาณิชย์ชี้ เงินบาทในระยะสั้นนี้อาจยังอ่อนค่า จากเศรษฐกิจจีนที่น่าจะยังอ่อนแอ ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยอาจต่ำกว่าที่ตลาดคาด แต่ในระยะยาว คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นได้ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) มองว่า เงินบาทในเดือนที่ผ่านมา อ่อนค่าลงจากเงินหยวนที่อ่อนค่าลงตามภาวะเศรษฐกิจ เงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าหลัง Fed ยังคง Hawkish และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาแย่กว่าคาด
สำหรับในระยะสั้นนี้ มองว่าเงินบาทยังอ่อนค่าต่อได้ จากเศรษฐกิจจีนที่น่าจะยังอ่อนแอ ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยอาจต่ำกว่าที่ตลาดคาด
อย่างไรก็ดี เงินบาทน่าจะทยอยแข็งค่าขึ้นในระยะยาว จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดที่น่าจะสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง ประกอบกับมาตรการรัฐที่น่าจะชัดเจนขึ้นทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจะทยอยไหลเข้าตลาดการเงินไทยได้
ด้านอัตราดอกเบี้ย มองว่าทั้งอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐ ปรับสูงขึ้นมามากแล้ว แต่ในระยะต่อไปอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยอาจปรับลดลงได้ จากเงินทุนเคลื่อนย้ายที่น่าจะทยอยไหลกลับเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย และอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่อาจลดลงได้ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ชะลอ
นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทในเดือนที่ผ่านมา อ่อนค่าลงจากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น 1) การอ่อนค่าของเงินหยวนจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาแย่กว่าคาดต่อเนื่อง พร้อมกับปัญหาในตลาดอสังหาฯ
2) เงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า หลังคณะกรรมการ Fed ยังสื่อสารในโทน Hawkish ต่อเนื่อง
และ 3) ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาแย่กว่าคาด ไม่ว่าจะเป็น GDP ไตรมาส 2 เลขส่งออก รวมถึงเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม
สำหรับในระยะสั้นนี้ ยังมีปัจจัยที่อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าต่อได้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่หากยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจทำให้ กนง. ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายได้
ซึ่งจะกดดันค่าเงินบาทต่อไป อีกทั้ง ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่น่าจะยังอ่อนแอ และมาตรการสนับสนุนที่จะออกมาอาจมีขนาดไม่ใหญ่นัก จะกดดันให้เงินหยวนอ่อนค่าต่อได้ SCB FM จึงมองว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 35.00 - 35.50 ในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้
นายแพททริก กล่าวต่อว่า สำหรับในระยะยาว เงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นได้ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดที่น่าจะสูงขึ้น
ประกอบกับมาตรการภาครัฐที่น่าจะชัดเจนขึ้นทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายจะทยอยไหลกลับเข้าตลาดการเงินไทยได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจแข็งค่าได้ไม่มากจากเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอกว่าคาด จึงมอง
เงินบาท ณ สิ้นปีนี้ที่ 33.50-34.50 และจะแข็งค่าต่อเนื่องสู่ระดับ 32.00-33.00 ณ สิ้นปีหน้า และแนะนำให้ลูกค้านำเข้า อาจรอจังหวะซื้อ USDTHB ในช่วงไตรมาสที่ 4
ส่วนลูกค้าส่งออกทยอยขาย USDTHB ในช่วงนี้พร้อมพิจารณาซื้อ Put Spread ระยะ 3 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่บาทอาจแข็งค่า
ด้านอัตราดอกเบี้ย นายแพททริก มองว่า ทั้งอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐ ปรับสูงขึ้นมามากแล้ว แต่ในระยะต่อไปอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยอาจปรับลดลงได้ จาก
1) เงินทุนเคลื่อนย้ายที่น่าจะทยอยไหลกลับเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย 2) อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่อาจลดลงได้จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่น่าจะชะลอลง ทำให้ Fed น่าจะลดความ Hawkish ลงได้
และ 3) ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาแย่กว่าคาด และเงินเฟ้อที่ชะลอต่อเนื่อง ทำให้ กนง. อาจคงดอกเบี้ย
จึงแนะนำให้ลูกค้าเริ่มทยอย Receive fixed-rate ผ่าน THOR OIS tenor 5 ปี ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 2.50% ส่วนฝั่งดอกเบี้ยสหรัฐ SCB FM เคยแนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรม Pay fixed USD ที่ระดับราว 4.00% เมื่อเดือนเมษายน ปีนี้ ก็อาจพิจารณา Unwind position ได้ที่ระดับราว 4.90-5.00% ได้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





