ธอส.เร่งช่วยลูกหนี้มีปัญหากว่า3หมื่นรายมูลหนี้เกือบ4หมื่นล้าน

ธอส.เร่งช่วยลูกหนี้มีปัญหากว่า3หมื่นรายมูลหนี้เกือบ4หมื่นล้าน

ธอส.เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาการผ่อนชำระ ทั้งที่เป็นหนี้เสียและกำลังเป็นหนี้เสียรวมกว่า 3 หมื่นราย มูลหนี้เกือบ 4 หมื่นล้านบาท โดยขยายระยะเวลามาตรการความช่วยเหลืออกกไปถึงสิ้นปี

รายงานข่าวจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)เปิดเผยว่า ธอส.ได้ออกแนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มที่มีปัญหาการผ่อนชำระอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นหนี้เสียและกำลังเป็นหนี้เสียรวมกว่า 3 หมื่นราย มูลหนี้เกือบ 4 หมื่นล้านบาท โดยขยายระยะเวลามาตรการความช่วยเหลือออกไปถึงสิ้นปีจากเดิมสิ้นสุดระยะเวลาความช่วยเหลือในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยกลุ่มที่เป็นหนี้เสียมีอยู่กว่า 1.38 หมื่นราย มูลหนี้ราว 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วนที่มีสถานะบัญชีปกติแต่ขอความช่วยเหลืออีกกว่า 2.1 หมื่นราย คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ล่าสุดได้ขยายเวลาลงทะเบียน มาตรการ 23 หรือ M 23 สำหรับลูกค้าสถานะเป็นหนี้เสียที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือลูกค้าที่มีสถานะเป็นหนี้เสียที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการช่วยเหลือหรืออยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคาร ที่ยังได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 หรือสภาวะเศรษฐกิจ ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ลูกค้ากลุ่มนี้มีอยู่จำนวนประมาณ 1.38 หมื่นรายหรือบัญชี มีมูลหนี้ราว 1.6 หมื่นล้านบาท โดยให้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้อีก 6 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 30 ธ.ค.2566 จากเดิมสิ้นสุดระยะเวลาลงทะเบียนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2566

โดยลูกค้าที่เข้าร่วม M23 สามารถเลือกรับความช่วยเหลือตามความสามารถในการผ่อนชำระได้นานสูงสุด 2 ปี แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ประกอบด้วย

1.แนวทางที่ 1 ผ่อนชำระเริ่มต้น 1,000 บาท (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก, เดือนที่ 7-12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90 % +100 บาท, เดือนที่ 13-18 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 2.90% +100 บาท และเดือนที่ 19-24 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% +100 บาท (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส.ในปัจจุบันเท่ากับ 6.90% ต่อปี) (กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ)

2.แนวทางที่ 2 ผ่อนชำระเริ่มต้น 1,500 บาท (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 9 เดือนแรก, เดือนที่ 10-14 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90% +100 บาท, เดือนที่ 15-19 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 2.90% +100 บาท และเดือนที่ 20-24 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% +100 บาท (กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ)

ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วม M23 สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ พร้อมทั้ง Upload เอกสารให้ธนาคารพิจารณา ผ่านทาง Application : GHB ALL BFRIEND ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- 30 ธ.ค.2566

โดยต้องส่งหลักฐานการได้รับผลกระทบทางรายได้จากการประกอบอาชีพ/ธุรกิจ/การค้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือสภาวะทางเศรษฐกิจ เช่น หนังสือรับรองการลดวัน/เวลา/เงินเดือน/ค่าจ้าง หรือถูกเลิกจ้างจากหน่วยงานต้นสังกัด/นายจ้าง เป็นต้น กรณีที่ลูกค้าไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ประกาศขยายเวลามาตรการ 18 หรือ M18 เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่มีสถานะบัญชีปกติและเป็นลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างใช้ M18 ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาความช่วยเหลือในวันที่ 30 มิ.ย.2566 และยังไม่สามารถผ่อนชำระหนี้กับธนาคารได้ตามสัญญากู้เงินให้ได้รับการช่วยเหลือต่ออีก 6 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- 31 ธ.ค.นี้ โดยให้ผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 75% ของเงินงวดผ่อนชำระตามสัญญากู้เงิน และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากผลิตภัณฑ์สินเชื่อ/ประกาศที่ผู้กู้ใช้อยู่ลงอีก 0.50% ต่อปี โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการใช้ M18 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.1 หมื่นรายราย คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ขยายเวลาความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการสินเชื่ออพาร์ทเม้นท์ และเป็นลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างใช้มาตรการที่ 19 หรือ M19 ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาความช่วยเหลือวันที่ 30 มิ.ย. 2566 ที่ยังไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ให้กับธนาคารได้ตามสัญญากู้เงิน ให้ได้รับความช่วยเหลือต่ออีก 6 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- 31 ธ.ค.2566 โดยให้ผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 70% ของเงินงวดผ่อนชำระตามสัญญากู้เงิน และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากผลิตภัณฑ์สินเชื่อ/ประกาศที่ผู้กู้ใช้อยู่ลงอีก 0.25% ต่อปี โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการใช้ M19 จำนวนทั้งสิ้น 96 ราย คิดเป็นเงินต้นคงเหลือ 634.80 ล้านบาท