วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“อาคม”คาดส่งออกกระเตื้องตั้งแต่กลางปีนี้

“อาคม”คาดส่งออกกระเตื้องตั้งแต่กลางปีนี้ ระบุพฤติกรรมการบริโภคจะปรับตามกำลังซื้อ เมื่อบวกกับการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น จะหนุนให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามไปด้วย ประเมินเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่งผลต้นทุนการกู้เงินรัฐบาล ยันเสถียรภาพการคลังแข็งแกร่ง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ที่ 3.6 % ลดลงจากคาดการณ์เดิมเมื่อมกราคมนี้ ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.8 % เนื่องจากมูลค่าการส่งออกที่ติดลบ 0.5 % โดยเขาคาดว่า ในกลางปีนี้คาดว่า ภาคส่งออกจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากภาคส่งออกติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลก 

เนื่องจาก คาดว่าผู้บริโภคจะมีการปรับพฤติกรรมการในการซื้อสินค้าจะปรับตามเงินในกระเป๋า เช่น อาจโยกเงินมาซื้อสินค้าที่มีราคาถูกลง แต่มีคุณภาพใกล้เคียงกันได้  นอกจากนั้น การส่งออกรถยนต์ ก็คาดว่า ผู้ผลิตภายในประเทศจะพยายามส่งออกตามออเดอร์ที่ผู้ซื้อในประเทศสั่งมา เพื่อไม่ให้เสียตลาด

“แม้ว่าภาคส่งออกของไทย จะชะลอตัวลงมาช่วงนี้ แต่ภาคบริการโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของไทย ก็มีการปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ สศค.ได้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทยในปีนี้ที่ 29.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อนจำนวน 2 ล้านคน”

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลนั้น ขณะนี้ ได้ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เฟดได้ปรับดอกเบี้ยขึ้น ซึ่งคาดว่า เฟดยังคงจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อเนื่อง เพื่อกดเงินเฟ้อให้ลดต่ำลงมาอยู่ที่ 2 % โดยตลอดทั้งปีนี้เฟดตั้งเป้าหมายว่า จะมีการประชุมเฟดรวม 8 ครั้งเพื่อพิจารณาในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งที่ผ่านมาประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง

เขากล่าวว่า เมื่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดปรับขึ้น การประมูลพันธบัตรรัฐบาลจึงต้องดูจังหวะเหมือนกัน เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยสหรัฐปรับขึ้นของเราก็ต้องปรับขึ้น เพื่อดึงดูดการลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาล แต่ในเวลาเดียวกันก็มีภาระในการชำระหนี้ของรัฐบาล แต่พันธบัตรรัฐบาลไทยนั้น 85% เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาระของรัฐบาลในเวลานี้ ส่วน อีก 15 %  เป็นพันธบัตรที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัวขึ้นลงตามอัตราตลาด

“ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ที่ 4 % แต่ในอดีต อัตราดอกเบี้ยของเฟดเคยขึ้นไปสูงถึง 10 % ซึ่งธนาคารกลางของสหรัฐมีความเห็นว่า จะต้องปรับดอกเบี้ยอยู่ แม้ว่าในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาจะมีเรื่องของการปิดสถาบันการเงินในสหรัฐสองแห่ง ก็มีคนคาดว่า จะทำให้เฟดดึงเวลาการปรับดอกแต่ละครั้งออกไป หรือปรับช้าลง แต่เท่าที่ดูสหรัฐ ยังยืนยันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเรื่อยๆในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลอัตราดอกเบี้ยในตลาดด้วย”

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า ทางเฟดก็คงจับตาปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำเติมขึ้นมาอีก ซึ่งขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีธนาคารแห่งใดในสหรัฐ เกิดปัญหาขึ้นอีก ในส่วนของสถาบันการเงินในประเทศไทยนั่น ยืนยันว่า ยังมีสเถียรภาพที่เข้มแข็ง  โดย BIS ratio และ ทุนสำรองระหว่างประเทศ ในระดับที่เพียงพอ รวมถึง การคลังมีเสถียรภาพ