คลังทุ่ม 1.86 หมื่นล้านของขวัญปีใหม่ประชาชน ผ่าน 18 มาตรการ 30โครงการย่อย ดันเงินหมุนเวียนในระบบ 2.78 แสนล้านบาท จีดีพีเพิ่ม 0.76% สรรพากรระบุ ช้อปดีมีคืนรอบนี้ใช้ซื้อสินค้าน้ำมันได้ด้วย ด้านสรรพสามิตเตรียมถกสายการบินลดค่าโดยสารหลังลดภาษีน้ำมันแต่ราคาไม่ปรับลง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.65 ได้อนุมัติมาตรการและโครงการของขวัญปี 2566 ของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแพคเกจของขวัญปีใหม่ รวม 18 มาตรการ 30โครงการย่อย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงปีใหม่นี้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยจะทำให้รัฐเสียรายได้ 1.86 หมื่นล้านบาท แต่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.78 แสนล้านบาท และมีผลต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น0.76%
“เราประเมินว่า มาตรการของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงการคลังเสนอครม.อนุมัตินั้น จะช่วยหนุนจีดีพีปี2566 ให้เพิ่มขึ้นจากปกติอีกราว 0.76% โดยใช้เม็ดเงินภาษีราว 1.86 หมื่นล้านบาท แต่จะทำให้มียอดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นราว 2.78 แสนล้านบาท"เขากล่าวและว่า ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเมื่อเดือนต.ค.นี้ว่า จะอยู่ที่ 3.4 % และปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่3.8%
ทั้งนี้ มาตรการที่เป็นของขวัญปีใหม่ของกระทรวงการคลัง ที่สำคัญ คือ มาตรการด้านการลดภาษีและลดค่าธรรมเนียม รวม 5 มาตรการ โดยเฉพาะมาตรการที่เรียกว่า “ช้อปดีมีคืน ปี 2566” ที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 15 ก.พ.2566 ที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำรายจ่าย ที่ซื้อสินค้าและบริการนำมาหักค่าลดหย่อนทางภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 4 หมื่นบาท (แบ่งเป็นการซื้อสินค้าในร้านที่ออกใบเสร็จในรูปแบบกระดาษ ไม่เกิน 3 หมื่นบาท และอีก 1 หมื่นบาท สำหรับร้านค้าที่ออกเป็น e-tax invoice และ e –receipt) ยกเว้นสินค้าที่เป็นผลกระทบต่อสุขภาพ สำหรับมาตรการดังกล่าวจะแตกต่างจากมาตรการนี้ที่ใช้ในต้นปี 2565 คือ ให้รวมรายจ่ายเพื่อซื้อน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันด้วย
นายอาคมกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในมาตรการของขวัญปีใหม่ดังกล่าว ยังมีมาตรการปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเครื่่องบิน จากลิตรละ 4.726 บาท เหลือ 0.20 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 66 เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและบริการให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และบรรเทาผลกระทบของสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งคลังก็ขอความร่วมมือไปยังสายการบิน ที่ได้รับสิทธิลดภาษีดังกล่าวช่วยปรับลดค่าโดยสารให้ประชาชน ด้วยการออกบัตรกำนัล(กิ๊ฟ วอยเซอร์) และให้ไมล์สะสม เป็นต้น
“เราขอความร่วมมือสายการบินด้วย เมื่อรัฐบาลลดภาษีให้แล้ว ก็ช่วยลดค่าตั๋วเดินทางให้ด้วย เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ค่าโดยสายแพงขึ้นมาก ดังนั้น หากจะปรับค่าโดยสารก็ขอให้ทยอยปรับขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่หารือกับสมาคมสายการบิน ก็ขอความร่วมมือในเรื่องดังกล่าว ขณะที่ ที่ผ่านมาสายการบิน ก็มาขอให้รัฐช่วยทั้งลดภาษีน้ำมัน และวงเงินเสริมสภาพคล่อง”
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการช้อปดีมีคืน คาดว่า จะช่วยกระตุ้นให้คนจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นอีก 4.2 หมื่นล้านบาท เป็นจำนวนคนที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 1.4 ล้านคน และคาดว่าจะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้จากภาษีราว 6.2 พันล้านบาท
สำหรับสินค้าที่ไม่รวมอยู่ในมาตรการช้อปดีมีคืน ได้แก่ ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ ค่าซื้อยาสูบ ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์และเรือ ค่าซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอรเน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว และค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า จะรับนโยบายของรมว.คลังไปหารือกับสมาคมสายการบิน เพื่อหาแนวทางช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนเรื่องค่าโดยสารเครื่องบิน หลังจากที่รัฐบาลได้่ช่วยเหลือสายการบินด้วยการลดภาษีน้ำมันเครื่องบินแล้ว จะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง โดยตลอดที่ผ่านมา กรมสรรพาสามิต ได้ลดภาษีน้ำมันเครื่องบินไปแล้วคิดเป็นเงินกว่า 1.8 พันล้านบาท นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้มีมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ซึ่งมีใบอนุญาตที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรวมกัน 1.45 ล้านใบ ทำให้กรมฯสูญเสียรายได้ราว 380 ล้านบาท
ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ โดยลดค่าธรรมเนียมการโอน เหลือ 1 % จากปกติ 2 % และค่าธรรมเนียมการจดจำนอง เหลือ 0.01% จากปกติ 1% สำหรับทั้งบ้านมือหนึ่งและมือสอง ที่มีราคาไม่เกิน3 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับปี 2566 โดยจะลดภาระให้กับผู้เสียภาษีลง 15 % ของภาระที่ต้องจ่าย
นอกเหนือจากมาตรการทั้ง 5 ดังกล่าว หน่วยงานในกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐยังได้จัดทำมาตรการที่เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค่า เช่น กรณีของธนาคารออมสิน ที่หากเป็นลูกค้าที่มีประวัติดีไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 แสนบาท จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีรายละ 500 บาท เช่นเดียวกับ ธกส.ที่มีโครงการคืนดอกเบี้ยบางส่วนให้กับลูกค้า โดยธกส.กำหนดงบประมาณในการคืนดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่ชำระหนี้ตามปกติไว้ราว 3 พันล้านบาท ในส่วนของลูกค้า ธอส. ที่ชำระหนี้ดีและDownload Application GHB All และ GHB Gen จะได้รับเงินของขวัญจากธนาคารรายละ 1 พันบาท โดยต้องดำเนินการภายในธ.ค.นี้จนถึงก.พ.2566





