background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’ อ่อนค่าทะลุ 38 ต่อดอลลาร์ ครั้งแรกรอบ 16 ปี

‘เงินบาท’ อ่อนค่าทะลุ 38 ต่อดอลลาร์ ครั้งแรกรอบ 16 ปี

‘เงินบาท’ อ่อนค่าทะลุ 38 ต่อดอลลาร์ ครั้งแรกรอบ 16 ปี จับตาผลประชุม กนง. วันนี้ เสี่ยงกดค่าเงินร่วงต่อ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดกนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1% ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง 

สถานการณ์เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันในฝั่งของการ ‘อ่อนค่า’ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 16 ปี 2 เดือน นับจากวันที่ 26 ก.ค.2549 

การอ่อนค่าลงของเงินบาทส่วนหนึ่งยังคงมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับ 114 จุด ส่งผลให้ค่าเงินสกุลต่างๆ อ่อนค่าลงตามไปด้วย 

อย่างไรก็ตามในฝั่งของเงินบาทนั้น นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันนี้(28 ก.ย.) ซึ่งส่วนใหญ่ประเมินว่า กนง. จะยังปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระดับ 0.25% สู่ระดับ 1% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐถ่างกันมากขึ้น ส่งผลต่อค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงตามไปด้วย

โดยในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา เริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดบอนด์ 14,752 ล้านบาท แบ่งเป็น การขายสุทธิในตลาดหุ้น 6,181 ล้านบาท และ ขายสุทธิในตลาดบอนด์ 8,571 ล้านบาท

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ คาดว่ากนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1% ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี กนง. คงจะยังทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและยังคงเปราะบางจากหนี้ในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดย กนง. คงหลีกเลี่ยงที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแรงเนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 

ขณะที่ กนง. คงมีมุมมองว่าการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้จะช่วยพยุงให้ค่าเงินพลิกกลับมาแข็งค่าได้บ้าง อีกทั้ง กนง. ยังคงมีมุมมองว่าเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยนคงเป็นประเด็นระยะสั้น และยังพอมีเวลาที่จะติดตามสถานการณ์และเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินได้ในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ ในการประชุมที่จะมีขึ้นวันที่ 28 ก.ย.นี้ หาก  กนง. มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% ตามคาด อาจมีแรงกดดันให้ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและค่าเงินดอลลาร์ฯ รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่จะส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า