background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"Sandwich Generation" วัยทำงานที่ต้องแบกภาระ "ลูก" และ "พ่อแม่"

"Sandwich Generation" วัยทำงานที่ต้องแบกภาระ "ลูก" และ "พ่อแม่"

ทำความรู้จัก "Sandwich Generation" ภาวะที่คนวัยทำงานที่มีครอบครัวแล้ว ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายทั้งลูกและพ่อแม่ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ท่ามกลางสภาวะ "เงินเฟ้อ" รวมถึง "เศรษฐกิจถดถอย" จากวิกฤติโควิด-19 ทำให้สถานะทางการเงินของหลายๆ คนต้องตกอยู่สภาวะถดถอยตามไปด้วย โดยหนึ่งในกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คงหนีไม่พ้นคนที่รับภาระการเงิน 2 ทาง ทั้งค่าเลี้ยงดูลูก และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุในครอบครัวที่ประโคมเข้าหา "วัยทำงาน" แบบเต็มเหนี่ยว ที่เรียกว่า "Sandwich Generation"

  •  Sandwich Generation คืออะไร ? 

"Sandwich Generation" เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในกลุ่มประชากรช่วงอายุระหว่าง 35-60 ปี ที่สร้างความเครียดให้คนวัยทำงานและวัยกลางคนที่กำลังสร้างครอบครัวแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีทั้งลูกให้ดูแล และยังต้องดูแลพ่อแม่ที่กำลังชราลงในเวลาเดียวกัน

จินตนาการง่ายๆ เหมือนกับกลุ่มวัยทำงานเหล่านี้เป็นตรงกลางของแซนด์วิชที่ถูกประกบด้วยค่าใช้จ่าย ไม่ต่างกับไส้แซนด์วิชที่หันทางไหนก็ขนมปังล้อมเอาไว้จนดิ้นไปไหนไม่ได้

ความน่ากังวลสำหรับคนที่อยู่ใน Sandwich Generation คือความเครียด และภาระที่ต้องรับผิดชอบทางการเงิน ที่นอกจากลูกและพ่อแม่แล้วยังต้องสร้างทรัพย์สินเพื่อดูแลตัวเองกับคู่สมรสไปด้วย ที่เรียกได้ว่าต้องหาเงินถึง 3 เท่า! ยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้งพวกเขายังเป็นตัวกลางที่ต้องดูแลความรู้สึกของทุกๆ คนในครอบครัวไปด้วย 

  •  เหนือ "Sandwich Generation" ยังมี "Triple-decker sandwich" 

เป็นแซนด์วิชว่าหนักแล้ว แต่นอกจากนี้ภาระ 2 ทางแล้ว ยังมีภาวะที่เรียกว่า "Triple-decker sandwich" หรือ "แซนด์วิชสามชั้น" หรือ "แซนด์ วิชคู่" เกิดขึ้นด้วย โดยภาวะที่ว่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่าแซนด์วิชแบบธรรมดาอีกระดับ 

ตัวอย่างเช่น คนในวัย 60 ปี ที่ต้องช่วยกันดูแลหลาน ซึ่งช่วยให้ลูกที่โตแล้วทำงานได้ รวมทั้งช่วยเหลือพ่อแม่ของตนเองในวัย 90 ปีต่ออีกด้วย 

  •   ทำไมถึงเกิด Sandwich Generation ? 

ปรากฏการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่ยังเกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีที่มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น "โครงสร้างประชากร" ที่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" อย่างเต็มตัว ขณะที่วัยทำงานมีสัดส่วนน้อยลงเมื่อเทียบกับคนวัยเกษียณ ทำให้ภาระการดูแลชีวิตยามเกษียณของคนรุ่น Baby Boomer ตกมาสู่คนรุ่น "แซนด์วิช เจนเนอเรชัน" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกหนึ่งปัจจัยคือเรื่องของ "ค่าใช้จ่าย" ที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อปรับตัวสูง ทำให้การออมเงินและการจัดสรรค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ

ในหลายประเทศ Sandwich Generation มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น ข้อมูลจาก BBC ระบุว่าในฟิลิปปินส์ กลุ่มคนที่ถูกประกบด้วยรายจ่ายมักเป็นผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 30-35 ปี ในขณะที่ในอังกฤษมีกลุ่มที่ต้องมีภาระอายุระหว่าง 45-54 ปี ส่วนในสหราชอาณาจักรประมาณ 3% ของประชากรกำลังดูแลมากกว่าหนึ่งรุ่น ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านเดียวกันหรือหลายบ้านก็ตาม 

หลังจากนี้จำนวนผู้ที่ตกในสภาวะแซนด์วิชจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนที่มีลูกก็จะมีชีวิตยืนยาวขึ้นขณะที่ผู้สูงอายุก็อายุยืนขึ้นเช่นกัน สิ่งที่น่ากังวลคือสถานการณ์เหล่านี้ ไม่ใช่ภาวะที่กดดันในระดับครัวเรือนที่ "ไม่พร้อม" เท่านั้น แต่ในมิติทางสังคมจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นไปจนถึงการมีลูกเมื่ออายุมากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่มีส่วนอย่างมากต่อปรากฏการณ์การสร้างแซนด์วิช ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคมของเราในวงกว้างหากไม่จัดการอย่างเหมาะสมและทันท่วงที 

  •  Sandwich Generation ต้องเจออะไรบ้าง? 

ขาดสมดุลชีวิตการทำงานและครอบครัว: ยิ่งต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้เข้าบ้านมากเท่าไร เวลาสำหรับครอบครัวก็ยิ่งลดลง คนที่เผชิญอยู่กับ Sandwich Generation ยากที่จะสร้างสมดุลในการทำงานและชีวิตครอบครัวได้และมักจะตามมาด้วยความรู้สึกผิดที่นำไปสู่สุขภาพจิตที่แย่ 

เผชิญความกดดัน ภาวะสุขภาพจิตถดถอย: การแบกรับความรับผิดชอบที่หนักอึ้งทำให้คนกลุ่มนี้มีภาวะเครียดสูง จนเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ และความขัดแย้งกับสมาชิกในบ้านอย่างรุนแรงได้

ไปไม่ถึงเป้าหมายชีวิตของตัวเอง: ด้วยภาระหน้าที่ดูแลความต้องการของครอบครัวมาก่อนตัวเอง แม้ในระยะสั้นจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ดี แต่ในระยะยาวอาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า ท้อถอย หมดกำลังใจที่ไม่มีเวลาให้ตัวเองและไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และอาจขาดความเชื่อมั่นใจตัวเองได้ 

  •  รับมืออย่างไรเมื่อตกเป็นอยู่ใน Sandwich Generation 

แม้ฟังดูเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สถานการณ์เหล่านี้สามารถจัดการได้ด้วยการวางแผนที่ดีแต่แรก เริ่มต้นจากการ "หารายได้ให้มากพอ" จนครอบคลุมของคนทั้ง 3 เจนเนอเรชันในบ้าน ขณะเดียวกันก็ต้องวางแผนการเงินไว้อย่างชัดเจนสำหรับแต่ละช่วงวัยและเป็นสัดส่วน

เปิดใจคุยเรื่องการเงิน: แม้การคุยเรื่องเงินๆ ทองๆ จะเป็นเรื่องยากสำหรับบางครอบครัว แต่การเปิดใจคุยกันเรื่องการเงินเกี่ยวกับการรับผิดชอบที่ชัดเจนจะช่วยให้เห็นภาพรวมของการใช้จ่ายในครอบครัวร่วมกันมากขึ้น และทำให้สามารถจัดการเงินที่ง่ายขึ้นได้ 

เตรียมประกันให้ครอบคลุม: การซื้อประกันหรือเลือกแผนประกันชีวิต/ประกันสุขภาพเช่น ประกันชีวิตสำหรับตัวเอง โดยระบุผู้รับผลประโยชน์ให้กับทั้งพ่อแม่และลูก สามารถช่วยเป็นหลักประกันเมื่อต้องเกิดเหตุไม่คาดฝัน และไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋า

ออมเงินในยามเกษียณ: แม้จะต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ แต่สิ่งที่จะลืมไม่ได้คือการวางแผนเก็บเงินเกษียณให้กับตัวเอง เพื่อไม่ให้ลำบากในอนาคต ซึ่งเป็นการลดปัญหาการเงินที่จะส่งต่อไปยังรุ่นลูกอีกด้วย 

---------------------------------------------------

อ้างอิง: เฟซบุ๊ก UOB, BBC, SCB, Krungsri