“มูฮัมหมัด ยูนูส”ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี49 จากการก่อตั้งกรามีนแบงก์ให้บริการไมโครเครดิตกลุ่มคนจน ชี้ Social Business สร้างความยั่งยืนให้ผู้ประกอบธุรกิจมากกว่ามองผลเลิศด้านกำไร เผยแนวคิดผลักดันคนจนในบังคลาเทศเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง
ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส นายธนาคารและนักเศรษฐศาสตร์ชาวบังคลาเทศ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ.2549กล่าวถึงแรงบันดาลใจและความพยายามในการสร้างพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจจากฐานราก ระหว่างเดินทางมาเยือนประเทศไทยและเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมืองวานนี้(16ก.ย.)โดยเขาเรียกร้องและเชิญชวนให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสามารถในการทำกำไรได้หันมาให้ความสนใจและช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น โดยดำเนินธุรกิจในลักษณะ Social Business ซึ่งจะสนับหนุนให้การประกอบธุรกิจมีความยั่งยืนอีกด้วย
“ในมุมมองของผู้ประกอบธุรกิจ คือ เน้นไปที่การสร้างผลกำไร แต่ผมเห็นว่า การมุ่งเน้นที่ผลกำไรมหาศาลไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเสมอไป แต่ควรมองในเรื่องการช่วยเหลือสังคม ซึ่งการช่วยเหลือสังคม ก็สามารถสร้างผลกำไรให้แก่องค์กรในระยะยาวได้”
เขายกตัวอย่างว่า ในระหว่างการลงมือทำธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคมควบคู่ไปด้วยนั้น กลับพบว่า สามารถคลอบคลุมค่าใช้จ่ายและมีผลกำไรที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจอื่นในการช่วยเหลือสังคมได้อีกต่อไปโดยการจัดตั้งโรงพยาบาลจักษุเพื่อรักษาผู้ป่วยที่ยากจนในบังคลาเทศแห่งที่ 2 จากผลของการจัดตั้งและทำธุรกิจโรงพยาบาลจักษุแห่งที่ 1 เป็นหนึ่งในตัวอย่าง นอกจากนี้ ยังจะสามารถจัดตั้งโรงพยาบาลจักษุได้เพิ่มปีละ 1 แห่งอีกด้วย ปัจจุบันเขาได้จัดตั้งมูลนิธิกรามีน เพื่อสนับสนุนระบบการรักษาพยาบาลกว่า 155 แห่งทั่วประเทศ
ศาสตราจารย์ยูนูสกล่าวด้วยว่า ปัญหาที่ผ่านมาในบังคลาเทศ คือ มีจำนวนโรงพยาบาลจำนวนที่น้อยและพบว่า มีจำนวนแพทย์ 3 คน ต่อ จำนวนพยาบาล 1 คน ซึ่งเป็นเรื่องตลกมาก เพราะโดยปกติแล้ว โรงพยาบาลทั่วไป จะมีจำนวนพยาบาลที่มากกว่าจำนวนแพทย์ ดังนั้น เขาจึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์และพยาบาล เพื่อผลิตแพทย์และพยาบาลให้เพียงพอและอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับระบบสาธารณสุขในประเทศ
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า กำลังพยายามแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่เจ็บป่วยแต่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว โดยพยายามที่จะลดภาระในเรื่องของการเดินทาง ซึ่งเขามีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์รักษาพยาบาลบริเวณพื้นที่ชายแดนห่างไกล พร้อมกับ พยายามให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวสามารถติดต่อสื่อสารกับแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางมารักษาโรงพยาบาลในเขตเมือง
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดการระบาดโควิดนั้น พบว่า การให้บริการวัคซีนไม่มีความทั่วถึงและเท่าเทียม โดยพบปัญหาลิขสิทธิ์ในการถือครองวัคซีนโควิดในบางกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะ 10 ประเทศที่มีความร่ำรวยได้มีการถือครองวัคซีนถึง 80% ของปริมาณวัคซีนทั้งหมด ทำให้เกิดปัญหาราคาวัคซีนแพงเกินความเป็นจริง
“แนวคิด คือ จะทำอย่างไรให้มีบริษัทที่ผลิตยาและดูแลการผลิตในลักษณะที่เป็น Social Business เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม”
ทั้งนี้ สำหรับศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาแนวคิด”ไมโครเครดิต”หรือการให้กู้เงินโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันแก่ชาวบ้านที่ยากจนเกินกว่าจะเข้าถึงแหล่งทุนได้ผ่านการผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีนเพื่อให้บริการการเงินแก่กลุ่มคนดังกล่าว
ทั้งนี้ เขาได้เล่าถึงปัญหาในการก่อตั้งและดำเนินการช่วยเหลือคนจนให้เข้าถึงแหล่งทุนในบังคลาเทศด้วยโดยเขากล่าวว่า มีปัญหา 3 ด้าน คือ 1.แนวคิดของสถาบันการเงินที่มุ่งให้บริการทางการเงินเฉพาะกลุ่มคนมีฐานะเท่านั้น 2.ปัญหาในเรื่องของหลักศาสนาที่มีมุมมองในการต่อต้านสตรีไม่ให้มีบทบาททางสังคมขณะที่ เขาเห็นว่า สตรีเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสนับสนุนสังคม และ 3.กลุ่มผู้ชายที่มองว่าเหตุใดต้องให้ความช่วยเหลือสตรี ขณะที่ เรามองว่า สตรีมีหัวก้าวหน้าและทันสมัย โดยหลากหลายธุรกิจที่ทันสมัยก็เกิดจากกลุ่มสตรี เป็นต้น
“อย่างไรก็ดี ภายหลังการผลักดันแนวคิดให้เกิดการยอมรับสตรี ทำให้ทุกวันนี้ ทุกกลุ่มคนสามารถได้รับการสนับสนุนในการเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับการสนับสนุนไมโครเครดิตนั้น เป็นแนวคิดที่ทำได้ในทุกประเทศของโลก ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยก็มีสามารถในการดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามในหลายประเทศก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะธุรกิจมองในเรื่องผลกำไรเป็นหลัก”เขากล่าวทิ้งท้าย





