ธปท.ชี้ โจทย์ของธปท.ในการดำเนินนโยบายการเงิน คือการหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวไม่สะดุด ดังนั้นโจทย์หลักคือ การคุมเงินเฟ้อไม่ให้วิ่งขึ้นต่อ จนหลุดการคาดการณ์ จนกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง ซ้ำเติมครัวเรือน จนขาดเสถียรภาพ
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในหัวข้อสัมนา ‘การกอบกู้และก้าวต่อของเศรษฐกิจไทย’ The Great Reset ที่จัดขึ้น ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 15ของ สถานีข่าว TNN ว่า โจทย์ของการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบัน คือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวต่อเนื่อง
อย่าง Smooth Takeoff การขึ้นอย่างเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เจอจุดที่สะดุดเกินไป
ทั้งนี้ ตัวที่ทำให้เศรษฐกิจสะดุดได้ คือเงินเฟ้อ หากสูงต่อเนื่อง และแบงก์ชาติไม่ทำอะไร อาจเป็นปัญหาบั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือน
ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงอยู่แล้ว และอาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อหลุดกรอบ และส่งผลต่อการขาดเสถียรภาพตามมา
ดังนั้นโจทย์ของการดำเนินนโยบายการเงิน คือ ทำอย่างไรไม่ให้เงินเฟ้อยิ่งวิ่งขึ้นยาว จนส่งผลให้เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางหลุดกรอบ
นอกจากนี้ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทำให้ระบบการเงินทำงานปกติ ธปท.ไม่อยากเห็นหนี้เสียในระบบเศรษบกิจที่วิ่งแรง ไม่อยากเห็นการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์เข้มงวดจนเกินไป ทำให้การ Takeoff ไม่เกิด
จึงกลับมาที่โจทย์ว่า นโยบายการเงินที่เหมาะสมต้องทำอย่างไร ภายใต้ความเสี่ยงเงินเฟ้อมีเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นโฟกัส คือต้องชิฟ ไปดูด้านเงินเฟ้อมากกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ
การดำเนินนโยบายการเงินจึงต้องปรับไปสุ่ ภาวะปกติ หรือ Normalization เหมือนถอนคันเร่ง ไม่ใช่เหยียบเบรก ให้เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจไทย ที่มีความเสี่ยงเงินเฟ้อมากกว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้จำเป้นที่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพราะความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงขึ้น





