วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“กอบศักดิ์” ชี้สงครามเศรษฐกิจระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ยกสองกำลังเกิดขึ้น

“กอบศักดิ์” ชี้สงครามเศรษฐกิจยกสองกำลังเกิดขึ้นหลัง G7 ประกาศนโยบายใหม่ ขณะที่ รัสเซียประกาศหยุดส่งออกก๊าซ ซึ่งจะทำให้ความถดถอยทางเศรษฐกิจที่จะเกิด อาจมาเร็วกว่าที่คิด และอาจจะลึกกว่าที่คิดไว้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ สงครามเศรษฐกิจยกสองของประเทศขนาดใหญ่ระหว่างกลุ่ม G7 กับ รัสเซีย กำลังเกิดขึ้น หลังจากกลุ่ม G7 ประกาศนโยบายRussian Oil Price Cap ขณะที่ รัสเซียประกาศหยุดส่งออกก๊าซ ซึ่งจะทำให้ความถดถอยทางเศรษฐกิจที่จะเกิด อาจมาเร็วกว่าที่คิด และอาจจะลึกกว่าที่คิดไว้

🎯 ทั้งหมดจึงมีนัยต่อไปยังเสถียรภาพทางการเมืองของยุโรป “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” “ตกตายตามกัน”

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง G7 ประกาศนโยบายใหม่ คือ Russian Oil Price Cap โดยหวังกดรายได้จากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียให้ลดลง ไม่ให้มีเงินไปทำสงคราม พร้อมช่วยกดราคาพลังงานในตลาดโลก เพื่อช่วยลดปัญหาเงินเฟ้อ 

ท่านปูติน ก็ย้อนศร แลกหมัด โดยให้ประกาศว่า 

ท่อก๊าซของรัสเซีย Nord Stream 1 รั่วชำรุด คงไม่สามารถส่งก๊าซให้ยุโรปได้อย่างไม่มีกำหนด

ทำให้เกิดผลพวงทางเศรษฐกิจต่างๆ ตามมามากมาย 

จากลมปากของทั้งสองฝ่าย ที่ยังรบกันทางเศรษฐกิจไม่เลิก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และการเงิน อย่างกว้างขวาง

🎯 หุ้นสหรัฐ Dow Jones ที่ขึ้นดีๆ 370 จุด เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จากข้อมูลตลาดแรงงานที่ยังไปได้ดี ยังสร้างงานประมาณ 3.15 แสนตำแหน่ง

แต่หลังจากท่านปูตินประกาศว่า คงไม่สามารถส่งก๊าซให้ได้ Dow Jones ก็ตกลงมาระหว่างวันถึง -844 จุด!!!

(แข่งกับสถิติท่านประธานเฟดที่มาเขย่าตลาด -1,008 จุด เมื่อไม่นานมานี้)

🎯 เงินยูโรที่อ่อนแล้ว ก็เริ่มอ่อนอีก 

ล่าสุดเช้านี้ไปแตะ 0.9904 ยูโร/ดอลลาร์ โดยหลายสำนักเช่น Goldman Sachs คาดว่า คงจะต้องอ่อนลง ต่อไปอีกระยะ

🎯 ราคา Gas Future ที่เหวี่ยงขึ้นลงไปมา ฆาตกรรมนักลงทุนในตลาด Future ที่ถูก Margin Call ขาลง ในช่วงที่ประกาศนโยบาย Price Cap และกำลังจะถูก Margin Call เช้านี้ หากราคาในยุโรปกระโดดขึ้นสูงอีกรอบ

🎯 ที่น่าสงสาร ก็คือ คนยุโรปตาดำดำ ซึ่งจะต้องแบกรับผลพวงจากสงคราม จากผู้นำของเขา ที่รบกันไม่ยอมหยุด ราคาไฟฟ้า ราคาก๊าซที่สูงลิ่ว เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้ร้านอาหารในยุโรปบางส่วนอาจจะต้องปิดกิจการ

โดยร้านอาหารหนึ่งในไอร์แลนด์ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มมากกว่า 4 เท่าจาก 2,370 มาเป็น 9,836 ยูโร  ไม่แน่ใจว่า จะเปิดต่อได้อีกนานเท่าไร

โรงงานในยุโรปกำลังจะต้องคิดถึงการปิดโรงงานลง เช่น โรงงานหลอมอะลูมินัม และโลหะอื่นๆ ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการหลอม

ล่าสุด ก็อาจจะต้องปิดโรงงานลง กระทบต่อ Supply Chain ต่างๆ เช่น รถยนต์ เครื่องบิน ขนส่ง อาวุธเครื่องจักรต่างๆ ที่ต่อเนื่องมา และการจะกลับมาก็ยาก เพราะการจะเปิดได้ต้องใช้เวลาเริ่มหลายเดือน

🎯 สำคัญที่สุด ฤดูหนาวที่จะมาถึง คงเป็นฤดูหนาวที่ลำเค็ญของคนยุโรป เพราะก๊าซที่มีอาจจะไม่พอสำหรับช่วงดังกล่าว โดย Klaus Mueller, ประธาน FNA หน่วยงานกำกับด้านพลังงานของเยอรมนีบอกว่า ในกรณีที่เยอรมนีสามารถสำรองก๊าซไว้ได้ 95% ของถังเก็บ ก็จะสามารถใช้ได้เพียง 2.5 เดือน หากรัสเซียปิดท่อก๊าซลง

แต่ปัจจุบัน สำรองไว้ได้เพียง 85% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ต่อไปนอกจากราคาพลังงานจะสูงลิ่ว คนยุโรปอาจจะต้องแบ่งปันการใช้ก๊าซกัน🎯 สุดท้าย นำไปสู่ความกังวลใจว่ายุโรป คงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยง Recession ได้ จากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิม บวกกับต้นทุนดอกเบี้ยที่จะเพิ่ม จากการสู้ศึกเงินเฟ้อของ ECB

และการขาดแคลนก๊าซในช่วงต่อไป การถดถอยทางเศรษฐกิจที่จะเกิด อาจมาเร็วกว่าที่คิด และอาจจะลึกกว่าที่คิดไว้

🎯 ทั้งหมดจึงมีนัยต่อไปยังเสถียรภาพทางการเมืองของยุโรป ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ใน Czech Republic ได้มีการประท้วงใหญ่ที่มีคนประมาณ 7 หมื่นคนเข้าร่วม แสดงความไม่พอใจกับการที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะควบคุมราคาพลังงาน และเงินเฟ้อได้ ช่วยจุดประกายให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ ที่กำลังลำบาก ไม่พอใจรัฐบาล ให้คิดเรื่องนี้เช่นกัน 

ซึ่งความลำบากเพิ่มขึ้นในช่วงหนาวมากกว่านี้ เมื่อธุรกิจต้องปิดตัวลง ก็จะกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันจะนำมาซึ่งความไม่พอใจ และการประท้วงในวงกว้างต่อไป 

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ในเพียง 2-3 วันที่ผ่านมา

หลังท่านปูตินประกาศไม่ส่งก๊าซ ประเทศต่างๆ ในยุโรป ต้องเร่งประกาศมาตรการออกมาเพื่อลดผลกระทบ

- รัฐบาลเยอรมนี ตั้งวงเงินไว้ 6.5 หมื่นล้านยูโร เพื่อช่วยครัวเรือนรับภาระ

- รัฐบาลสวีเดน เตรียมเงินไว้ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยให้เกิดสภาพคล่องในตลาดทุน 

- รัฐบาลฟินแลนด์ เตรียมเงินไว้ 1 หมื่นล้าน เพื่อช่วยสภาพคล่องตลาดทุนเช่นกัน

นี่แค่เบื้องต้น และต่อไปคงต้องมีมาตรการออกมาช่วยเหลืออีก เพราะเมื่อร้านค้าต่างๆ โรงงานต่างๆ เริ่มถูกกระทบ คนเริ่มตกงาน คนเริ่มลำบาก

เสียงต่างๆ ก็จะยิ่งเริ่มดังขึ้น ต้นทุนของประเทศในยุโรปในการสู้สงครามครั้งนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ และทำให้ประเทศที่มีหนี้ภาครัฐเยอะอยู่แล้ว มีหนี้เพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ ยังจะกดดัน ECB ให้คิดหนักว่าจะเอาอย่างไร ในการประชุมสัปดาห์นี้ จะขึ้นดอกเบี้ยเท่าไรจึงจะเหมาะสมภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจ และสมดุลของความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป

เพราะข้างหนึ่ง ก็คือ เงินเฟ้อที่ยังเพิ่มไปที่ 9.1% อีกข้างหนึ่ง คือ Recession ที่รออยู่ข้างหน้า จากสงครามเศรษฐกิจที่รบกันไม่เลิก

ท้ายสุด ทั้งหมดนี้คงมีผลกระทบต่อเนื่องมายังประเทศอื่นๆ อย่างประเทศไทย ผ่านความผันผวนของตลาดการเงินและค่าเงิน ผ่านราคาก๊าซ ผ่านการส่งออกที่ลดลงจาก Recession  ผ่านผลกระทบของ Supply Chain Disruption กลายเป็นเชื้อเพลิงมาหนุนเสริมมรสุม Perfect Storm ให้ยกระดับ

ก็ได้แต่หวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะมีสติ และถอยคนละก้าว เพราะถ้าเดินไปตามทางนี้ สุดท้าย คงเสียหายยับเยินทั้งสองฝ่าย ส่วนหญ้าแพรกอย่างเรา ก็คงไม่พ้นภัยไปด้วยครับ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์