Chainalysis แพลตฟอร์มเผยแพร่ข้อมูลด้านคริปโทเผยรายงานพบว่าสหรัฐครองตลาด'คริปโท'ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 24.4% ของการทำธุรกรรมทั่วโลกมีเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์เคลื่อนไหว on-chain ท่ามกลางความเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน
ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้จะมีวิกฤติในตลาดคริปโทมากมายในสหรัฐ รวมไปถึงการเข้มงวดของ ก.ล.ต.สหรัฐในการกำกับดูแล แต่สหรัฐยังเป็นตลาดคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยคิดเป็น 24.4% ของกิจกรรมการทำธุรกรรมทั่วโลก ตามรายงานล่าสุดโดย Chainalysis
Chainalysis แพลตฟอร์มเผยแพร่ข้อมูลด้านคริปโทเผยรายงานเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม โดยเปิดเผยว่ามีเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ที่ได้รับทาง on-chain ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2565 ถึงมิถุนายน 2566 ในสหรัฐ
นอกจากนี้ กิจกรรมของสถาบันยังคิดเป็น 76.9% ของปริมาณธุรกรรมคริปโทของอเมริกาเหนือ และกิจกรรมจะถูกแบ่งระหว่างเว็บเทรดแบบรวมศูนย์และ DeFi
คนใช้สเตเบิลคอยน์น้อยลง
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุด้วยว่า กิจกรรมคริปโทกำลังลดลงเนื่องจาก ‘สงครามคริปโท’ อย่างต่อเนื่อง จากความเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน นอกจากนี้กิจกรรมของสเตเบิลคอยน์ก็กำลังออกไปจากอเมริกาเช่นกัน
รายงานระบุว่าสังเกตเห็นว่าการใช้งาน สเตเบิลคอยน์(Stablecoin) ในสหรัฐอเมริกาเหนือลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2566
ความเชื่อมั่นในเหรียญ stablecoin เช่น USDC ของ Circle สั่นคลอนหลังจากการล่มสลายของธนาคาร Silicon Valley ซึ่งบริษัทมีการลงทุนจำนวนมากที่เกี่ยวโยงกับสเตเบิลคอยน์
“แม้ว่าหน่วยงานของสหรัฐฯ จะช่วยสร้างความชอบธรรมและสร้างตลาด Stablecoin ขึ้นมา แต่ผู้ใช้คริปโทจำนวนมากกำลังดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin ด้วยแพลตฟอร์มการซื้อขายและผู้ออกที่มีสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ”
ตลาด DeFi เติบโต
แม้จะมีความท้าทายด้านกฎระเบียบที่กล่าวมาข้างต้น แต่การนำ DeFi มาใช้ยังคงเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
โดยตัวเลขวอลลุ่มระหว่างเดือนกรกฎาคม 2565 ถึงมิถุนายน 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 24% ของตัวเลขทั่วโลก
อ้างอิง: cryptopotato





