4 แบงก์ใหญ่ออสเตรเลีย นำโดยธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย (NAB) ประกาศบล็อกการชำระเงินใน 'คริปโท' มองเสี่ยงสูง-หลอกลวงสูญเงิน ทำชาวออสเตรเลียสูญเงินกว่า 151 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว
ธนาคารยักษ์ใหญ่ในประเทศออสเตรเลียทั้ง 4 แห่ง ประกาศบล็อกการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี่ นำโดยธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย National Australia Bank Ltd (NAB) ร่วมกับธนาคารชั้นนำอื่น ๆ ของประเทศ เช่น Westpac Banking Corp., Commonwealth Bank of Australia และ Australia & New Zealand Banking Group เพื่อบล็อกการชำระเงินให้กับการแลกเปลี่ยนคริปโทที่มีความเสี่ยงสูง
โดยธนาคารแห่งชาติออสเตรเลียอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการหลอกลวง ในคริปโทที่เป็นเหตุผลหลักในการบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล
คริส ชีแฮน (Chris Sheehan) ผู้บริหารฝ่ายสืบสวนกลุ่มและการฉ้อโกงของ NAB กล่าวว่า
“นักต้มตุ๋นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่เกิดขึ้น มีการใช้แพลตฟอร์ม cryptocurrency มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อส่งเงินที่ถูกขโมยไปอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้งไปต่างประเทศ”
โดยอีก 3 ธนาคารที่เห็นพ้องต้องกัน ได้เริ่มควบคุมการเข้าถึงการแลกเปลี่ยนคริปโทเช่นกัน ทำให้ แพลตฟอร์มคริปโทอย่าง "ไบแนนซ์" (Binance) ได้รับผลกระทบ จากการหยุดถอนเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ทั้งหมด หลังจากที่ Cuscal ผู้ให้บริการด้านการเงินพาร์ทเนอร์ของไบแนนซ์ฃอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการฉ้อโกง และ Westpac 1 ใน 4 ธนาคารที่เห็นพ้องสั่งห้ามลูกค้าไม่ให้โอนไปยังตลาดคริปโทในเดือนพ.ค. 66 ที่ผ่านมา
ธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย (NAB) ระบุว่าการหลอกลวงในอุตสาหกรรมคริปโทเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ชาวออสเตรเลียต้องสูญเสียเงิน 221 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (151 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในปีที่แล้ว
มีการรายงานสถิติการหลอกลวงไปยัง Australian Financial Crimes Exchange ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่าเกือบ 50% มีการเชื่อมโยงกับคริปโท ถือเป็น "ความเสี่ยงสูง"
สำหรับออสเตรเลีย ถือเป็นหนึ่งในตลาดคริปโทอันดับต้น ๆ จากปริมาณการซื้อขายหลายพันล้านดอลลาร์ต่อวัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) ต่อตลาดคริปโทได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายรายวันอย่างเห็นได้ชัด
อ้างอิง coingape.com





