วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บิทคับ’ชี้ตลาดคริปโทผันผวน ตั้งทีมเกาะติดวิกฤติแบงก์รัน

ในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ สิ่งที่ไม่คิดว่าเกิด ก็เกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะเป็นการล่มสลายของ Silvergate ธนาคารที่เป็นมิตรต่อ “คริปโทเคอร์เรนซี” ที่สุดแห่งหนึ่ง

ตามมาด้วยการล้มของ Silicon Valley Bank (SVB) จนไปถึงวิกฤตการณ์ ล่มสลายของ FTX และข่าวเกี่ยวกับการหลุด Peg ของ USDC แต่เมื่อธนาคารกลางต่างๆ ได้รีบเข้ามาแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนคลายกังวลมากขึ้น

โดยสถานการณ์จากธนาคารกลางและวิกฤติธนาคารในต่างประเทศ เป็นแรงซื้อเข้าไปลงทุนใน Bitcoin แต่ก็ดูเหมือนว่า หลังจากที่ประชุมเฟด รอบล่าสุด 22 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ แม้ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% แต่ตลาดกลับผิดหวังกับถ้อยแถลงของประธานเฟด ที่ยังคงส่งสัญญานว่ายังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในปีนี้  ทุบ Bitcoin  ราคาปรับลงแรง  

bitkub

อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub Exchange ให้สัมภาษณ์ กรุงเทพธุรกิจ ว่า กรณีเหตุการณ์แบงก์รันนั้นก่อให้เกิดความกังวลใจต่อผู้ลงทุนทั่วโลก ในการลงทุนใดๆ กับสถาบันการเงินในช่วงนี้ จึงเกิดการกระจายความเสี่ยงมายังตลาดคริปโทมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตลาดคริปโทขยับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา           

นอกจากนี้ เหตุการณ์แบงก์รันในสหรัฐและยุโรปดังกล่าว ทำให้ทางธนาคารกลางไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยแรงเหมือนเมื่อก่อนได้แล้วเพราะต้องการรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้กับธนาคารรายย่อย

 "ในปีที่ผ่านมามีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างก้าวกระโดด แต่ในครั้งล่าสุดนั้นอัตราดอกเบี้ยถูกปรับขึ้นเพียง 0.25% เท่านั้น ซึ่งสัญญาณการชะลอตัวครั้งนี้ เราถือว่า เป็นผลดีกับตลาดคริปโท เพราะการขึ้นดอกเบี้ยที่น้อยลงนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าสภาพคล่องในตลาดอาจจะกลับมาดีขึ้นในอนาคต" 

สำหรับธนาคารในสหรัฐล้มนั้น อรรถกฤต กล่าวว่า   "บิทคับ" ไม่ได้มีการนำสินทรัพย์ หรือเงินไปๆไปฝากไว้กับธนาคาร SVB และธนาคารอื่นๆที่เกิดเหตุการณ์แบงค์รัน จึงไม่ได้เกิดผลกระทบใดๆ  แต่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต่างประเทศบางรายนั้นได้มีการทำธุรกรรมและฝากเงินกับธนาคารที่มีปัญหาอยู่บางส่วน ยกตัวอย่างเช่น Coinbase ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับ 2 ของโลก มีเงินฝากไว้ใน SVB ถึง 240 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากหน่วยงานกำกับธนาคารในสหรัฐนั้นได้มีการเข้ามาช่วยเหลือแล้ว โดยผู้ลงทุนชาวไทยนั้นไม่น่าจะได้รับผลกระทบ หากลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้การกำกับในประเทศไทย

ส่วนกรณีผู้ออกเหรียญประเภท Stable Coin บางราย อย่างเช่น USDC ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพราะว่ามีการนำเงิน 8% ของบริษัทไปฝากไว้กับธนาคาร SVB ทำให้เกิดแรงเทขายเหรียญ USDC เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ 

โดยปัจจุบันราคา เหรียญ USDCกลับมาปกติแล้ว เพราะว่า SVB ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงาน FDIC ที่สหรัฐ  โดยจากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน บิทคับจึงได้จัดตั้งทีมงานเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังสถานะการณ์ใกล้เคียงที่อาจเกิดขึ้นได้และจะให้ข้อมูลให้มากที่สุดหรืออัพเดทความคืบหน้าที่ควรทราบกับผู้ใช้บริการบิทคับทุกราย หากมีการเกิดแบงก์รันขึ้นอีกครั้ง

"ยืนยันว่า บิทคับไม่ได้มีการนำเงินหรือสินทรัพย์ใดๆ ไปฝากใน SVB หรือธนาคารอื่นๆในสหรัฐ เพราะเราเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งไม่ได้พาผู้ลงทุนไปลงทุนต่อที่ต่างประเทศหรือในสหรัฐ แต่พันธมิตรทางการค้าของเรา อาจมีเงินฝากอยู่กับธนาคารดังกล่าว อย่างเช่น Circle ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ USDC นั้นที่มีเงินฝากอยู่ใน SVB ถึง 8% ของยอดทั้งหมดที่บริษัทถือครอง ทางบิทคับจึงได้ติดตามและติดต่อบริษัทดังกล่าวเพื่อสอบถามแนวทางการแก้ไขและทำการแจ้งผู้ลงทุนถึงสถานะการณ์อย่างสม่ำเสมอ"

“อรรถกฤต” กล่าวว่า  หลังจากการประชุมเฟดรอบนี้เสร็จเดือนมี.ค.ได้มีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ ตลาดจึงเกิดแรงเทขาย โดยราคาของบิทคอยน์นั้นปรับตัวลงจาก 980,000 บาทลงไปต่ำสุดที่ 920,000 บาท ณ เวลา 03.00 ของวันที่ 23 มี.ค.

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าเนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้นั้นไม่ได้ขึ้นมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน ประกอบกับมีผู้สนใจต้องการกระจายความเสี่ยงมายังคริปโท เป็นจำนวนมากจึงทำให้ราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว โดย ณ เวลา 22.00 ของวันที่ 23 มี.ค.นั้น บิตคอยน์มีมูลค่ากลับมาอยู่ที่ 965,000 บาท

สำหรับทิศทางตลาดคริปโท ยังคงมีความผันผวนสูง แม้สถานะการณ์แบงก์รันนั้นก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่มีการเข้ามาแทรกแทรงจากธนาคารกลางในการเข้ามาการันตีเงินฝากและการเพิ่มจำนวนเงินการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างๆเพื่อเสริมสภาพคล่องและดึงความมั่นใจจากผู้ฝากเงินกลับมาอีกครั้ง 

แต่ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยแม้อัตราปรับขึ้นจะชะลอตัวลง แต่อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันของสหรัฐเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นมองว่าในช่วงระยะเวลานี้จึงมีความผันผวนในตลาดคริปโทอย่างมาก แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอและอย่านำเงินที่เสียไม่ได้มาลงทุน