วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอดถอนเงิน Binance แตะ 2.1 แสนล้านบาท เหตุ Mazars หยุดทำ ‘proof of reserves'

ยอดถอนเงิน Binance แตะ 2.1 แสนล้านบาท เหตุ Mazars หยุดทำ ‘proof of reserves' ด้านไบแนนซ์ยืนยันสร้างความโปร่งใสตลาดคริปโท แม้นักวิเคราะห์มอง"หลักฐานเงินสำรอง"ไม่ใช่เกณฑ์วัดคุณภาพ

รายงานเผยว่า ไบแนนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก เผชิญกับการแห่ถอนคริปโท ต้นสัปดาห์นี้มียอดถอนเงินจากไบแนนซ์สูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 2.1 แสนล้านบาท เนื่องจาก Mazars Group บริษัทตรวจสอบทางการเงินที่ให้บริการตรวจสอบความเชื่อมั่นในสินทรัพย์แบบ Proof-of-Reserves (PoR) ของ ไบแนนซ์ ได้หยุดการทำงานในการรายงาน “หลักฐานการสำรอง” ที่สำคัญ 

Mazars ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบทางการเงินได้จัดทำรายงาน “หลักฐานการสำรอง” ของไบแนนซ์ และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนอื่น ๆ รวมถึงกระดาน Crypto.com และ KuCoin ที่ออกมาแสดงความเชื่อมั่น จากหลักฐานถึงสินทรัพย์ที่เพียงพอสำหรับเงินฝากของลูกค้าทั้งหมด

Mazars หยุดทำ ‘proof of reserves’

โดยบริษัทบัญชีกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ได้หยุดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานหลักฐานการสำรองสำหรับอุตสาหกรรมคริปโท หรือ  ‘proof of reserves’

เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับวิธีที่รายงาน

การออกรายงานหลักฐานการสำรองของ Mazars เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสภาวะตลาดคริปโท แบบที่ FTX ล้มละลายด้วยการถูกกล่าวหาว่า “ฉ้อฉล ทำให้สินทรัพย์ของลูกค้าทำให้เงินลูกค้าขาดหายไปหลายพันล้านดอลลาร์”

ในรายงานมีขอบเขตที่จำกัด  และมีความรัดกุมน้อยกว่าการตรวจสอบบัญชีของบริษัทแบบดั้งเดิม ที่มีการแสดงถึงจำนวนหนี้สินด้วย 

สำหรับการตัดสินใจของ Mazars ที่จะหยุดการทำรายงานการพิสูจน์ปริมาณเงินสำรองไม่ได้เกิดจากปัญหาทางการเงินเฉพาะของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว เกิดขึ้นจากงานของบริษัทมีจำนวนมากจนไม่สามารถตรวจดูได้อย่างละเอียด

 

ไบแนนซ์ยืนยันสร้างความโปร่งใสตลาดคริปโท

ไบแนนซ์ กล่าวว่ารายงานของ Mazars เป็นการ “ตรวจสอบเพิ่มเติม” ว่าสินทรัพย์ของแพลตฟอร์มนั้นเท่ากับหรือมากกว่าหนี้สินที่มีต่อลูกค้า โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไบแนนซ์ผ่านบททดสอบครั้งใหญ่ ซึ่งพิสูจน์ว่าเงินของลูกค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์มปลอดภัย และสามารถดำเนินการถอนล่าสุดได้แล้ว

ไบแนนซ์มีสินทรัพย์มากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการถอนเงิน แต่การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทนั้นไม่รวม “หนี้สิน” ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจสอบสถานะทางการเงินของบริษัท

ในการสัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้กับ CNBC นาย “ฉางเผิง จ้าว” (CZ) ผู้บริหารระดับสูงของ ไบแนนซ์ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า แพลตฟอร์มจะสามารถจัดหาเงินทุนจำนวน 2.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับ FTX ได้หรือไม่ ในกรณีที่มีการร้องขอเงินทุนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการล้มละลายของ FTX

อย่างไรก็ตาม ไบแนนซ์ต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยการย้ำถึงแผนการอีกครั้งในการส่งมอบหลักฐานการสำรองให้กับลูกค้า แต่ไม่ได้ผูกมัดกับไทม์ไลน์

“เรายอมรับความโปร่งใสเพิ่มเติม และเรากำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดในการให้รายละเอียดเหล่านั้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” ไบแนนซ์ระบุ

ทั้งนี้ไบแนนซ์ได้ติดต่อกับบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึงบิ้กโฟว์ แม้ปัจจุบันไม่เต็มใจที่จะดำเนินการพิสูจน์การสำรองสำหรับบริษัทคริปโท แต่ไบแนนซ์ยังคงมองหาบริษัทที่ต้องการดำเนินการตามแผนเดียวกับเราต่อไป

 

นักวิเคราะห์มองหลักฐานเงินสำรองไม่ใช่เกณฑ์วัดคุณภาพ

ในขณะเดียวกัน ความโปร่งใสในอุตสาหกรรมคริปโทที่ผู้ประกอบการพยายามแสดงออกมานั้นยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้ตรวจสอบบางคน

หลังจากการล่มสลายของ FTX ด้านพอล แมคอินทอช ผู้นำร่วมด้านบริการทางการเงินของ EY ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่ารายงานหลักฐานการสำรอง ไม่ได้ประเมินการควบคุมภายในของบริษัท “ซึ่งท้ายที่สุดก็คือการล่มสลายของ FTX”

“ในการก้าวไปสู่ความโปร่งใสและความไว้วางใจอย่างแท้จริงในอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องมีก้าวที่ใหญ่กว่านี้” เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้อุตสาหกรรมลงทุนในระบบบัญชีที่ดีขึ้น การควบคุมด้านไอที และการกำกับดูแลกิจการที่เป็นอิสระ

บริษัทตรวจสอบบัญชีหลายแห่งกล่าวว่า ได้ยกระดับลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับคริปโท บางส่วนหรือทั้งหมดให้อยู่ในสถานะ "ความเสี่ยงสูง" เพื่อกระตุ้นให้มีการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ซึ่งจะใช้เวลานานขึ้นและนำไปสู่การเรียกเก็บเงินที่สูงขึ้น