วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤต”คริปโทวินเทอร์” ปีแห่งการ “ล้มละลาย”

ในเดือนพ.ย.65 ราคา Bitcoin (BTC) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี เคลื่อนไหวที่ประมาณ 15,500 ดอลลาร์ในวันที่ 22 พ.ย. พร้อมกับตลาดการลงทุนอื่นๆที่ปรับตัวลดลง หลังจากการล้มละลายของ FTX ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีผลทำให้ตลาดคริปโทสั่นคลอน ทำให้รายต่อไปคือ  BlockFi ผู้ให้กู้คริปโทประกาศล้มละลายในเดือน พ.ย.65 ที่ผ่านมา

ทำให้นักลงทุนติดตามอย่างต่อเนื่องว่า ในเดือนธ.ค.การล่มสลายของ FTX จะส่งผลกระทบต่อไปยังภาคส่วนใดของอุตสาหกรรมคริปโทเคอเรนซี่อีกบ้าง

ในตลอดทั้งปี 2565 ที่ผ่านมา “คริปโทวินเทอร์” ทำให้ BTC ลดลงประมาณ 65% และทำลายล้างมูลค่าตลาดคริปโทประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ จากมูลค่าตลาดคริปโทที่ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในเดือน พ.ย. 2564

 นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ คณะกรรมการสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และกรรมการผู้จัดการ โฉลกดอทคอม จำกัด กล่าวว่าปีนี้เป็นปีแห่งเหตุการณ์ ที่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเพราะทุกๆการปรับฐานในทุกๆประมาณ 4 ปี จะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้นทุกครั้ง

 

โดมิโน “คริปโทวินเทอร์”

อัตรา “เงินเฟ้อ” และการเพิ่ม”ดอกเบี้ย”ที่สูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ได้ผลักดันให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงตลอดทั้งปี ซึ่งรวมถึงหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล

การล่มสลายท่ามกลางคริปโทวินเทอร์ในปี 2565 มีจุดเริ่มต้นจากที่นักลงทุนมีการขายครั้งแรก เผยให้เห็นการใช้เลเวอเรจที่มากเกินไปในตลาดกู้ยืมคริปโท ทำให้เกิดการล่มสลายของ TerraUSD สเตเบิลคอยน์ของเทอรร์ฟอร์มแลบส์ที่หลุด Peg หรือหลุดการตรึงราคาดอลลาร์ในเดือนพ.ค.65 ตามด้วยสเตเบิลคอยน์ LUNA 

 

ไม่นาน Voyager Digital , Celsius และ Three Arrows Capital  กองทุนเฮดจ์ฟันด์คริปโทในสิงคโปร์ ได้เผชิญกับวิกฤต”การขาดสภาพคล่อง” ซึ่งทำให้ให้มีผลกระทบต่อคนไทยที่เป็นลูกค้าของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลไทย อย่าง “ซิปเม็กซ์” ที่เป็นคู่ค้ากับ Celsius และ บาเบลล์ไฟแนนซ์ จนถึงปัจจุบันมีการแก้ไขอย่างต่อเนื่องพร้อมกับผู้เสียหายที่ยังคงเดินหน้าติดตามสินทรัพย์คืนมา

หลายๆวิกฤตที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมคริปโท สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติสภาพคล่อง จาการสร้างเลเวอเรจมากเกินไปของโทเคนในตลาด เช่น กรณีโทเคน FTT ของ FTX และ LUNA 

ระวังเหยื่อวิกฤติ

BlockFi เหยื่อรายใหญ่ที่สุดของการล่มสลายของ FTX ได้ยื่นขอคุ้มครองการล้มละลายเมื่อวันที่ 28 พ.ย. โดยมีเจ้าหนี้มากกว่า 100,000 รายที่มีสินทรัพย์และหนี้สินตั้งแต่ 1 พันล้านดอลลาร์ถึง 10 พันล้านดอลลาร์

อัลเคช ชาห์ (Alkesh Shah) นักวิเคราะห์ของ Bank of America ธนาคารแห่งอเมริกา กล่าวว่านักลงทุนควรออกมาจาก FTX, BlockFi และธุรกิจคริปโทอื่น ๆ ที่ล่มสลาย

“สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องตระหนักจากปัญหาการล่มสลายของ FTX นั้นเกิดจากเลเวอเรจที่มากเกินไป หลักประกันที่ไม่มีสภาพคล่อง และการควบคุมความเสี่ยงที่จำกัด (หรือไม่มีโดยสิ้นเชิง) และไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะของคริปโต”  ชาห์ระบุ

โดยที่ความไม่แน่นอนและข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มที่จะกดดันราคาคริปโทต่อไปในระยะเวลาอันใกล้นี้

พร้อมกับมองว่า ราคาคริปโทอาจปรับตัวลดลงอีก เนื่องจากการซื้อขายรายย่อยที่เก็งกำไรชะลอตัวและสถาบันต่าง ๆ ชะลอการเข้าถึงเพื่อประเมินความเสี่ยงในตลาด

วิกฤตกระตุ้น”กฎเกณฑ์”ตลาดคริปโท

ความวุ่นวายในตลาดคริปโท ได้กระตุ้นให้มีการเรียกร้องให้เพิ่มกฎระเบียบเพื่อปกป้องนักลงทุน สภาคองเกรสได้แนะนำร่างกฎหมายมากกว่า 50 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม”สินทรัพย์ดิจิทัล”และ”เทคโนโลยีบล็อกเชน”

ซินเทีย ลัมมิส วุฒิสมาชิกสหรัฐ กล่าวที่งาน Crypto and Digital Assets Summit ในเดือนพ.ย. ว่า The Responsible Financial Innovation Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่เธอสนับสนุน จะเป็นการเพิ่มข้อจำกัดสำหรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโท

ลัมมิส หวังว่าสมาชิกสภาคองเกรสถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อมีส่วนร่วมในการควบคุมที่เหมาะสม


ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างให้ความเห็นว่าสภาคองเกรสและหน่วยงานกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่ากำลังจริงจังกับกฎระเบียบที่สำคัญ และไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อดูแลตลาดคริปโท เนื่องจากมีได้รับผลกระทบหลายด้าน ทั้งผู้ให้บริการ ลูกค้าทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติควรเฝ้าดูพื้นที่นี้อย่างใกล้ชิด