วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ CPAXT ผลประกอบการ 4Q67: ดีกว่าประมาณการ 7%

กำไรสุทธิของ CPAXT ใน 4Q67 อยู่ที่ 4 พันล้านบาท (+21% YoY, +103% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเรา 7% แต่เป็นไปตามประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด เพราะค่าใช้จ่าย SG&A ต่ำกว่าที่เราคาดเอาไว้
ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2567 อยู่ที่ 1.06 หมื่นล้านบาท (+22% YoY) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการกำไรเต็มปีของเรา นอกจากนี้ คณะกรรมการของ CPAXT ยังอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 ที่ 0.53 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 8 เมษายน 2568 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 24 เมษายน 2568
Same-store-sales growth ของทุกธุรกิจยังเป็นบวก
ยดขายรวมของ CPAXT ใน 4Q67 อยู่ที่ 1.274 แสนล้านบาท (+4% YoY, +7% QoQ) เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจค้าส่ง (ยอดขายโต 5% YoY) และ ค้าปลีก (ยอดขายโต 3% YoY) ส่งผลให้ยอดขายรวมในปี 2567 อยู่ที่ 4.888 แสนล้านบาท (+5%YoY) ใกล้เคียงกับประมาณการยอดขายเต็มปีของเรา ทั้งนี้ SSSG ของธุรกิจค้าส่งใน 4Q67 เพิ่มขึ้น 3.0% จากการเติบโตของ Makro International และ Food servics ในขณะที่ SSSG ของธุรกิจค้าปลีกใน 4Q67 อยู่ที่ 1.9% (Lotus’s Thailand อยู่ที่ 1.9% และ Lotus’s Malaysia อยู่ที่ 1.6%)
อัตรากำไรขั้นต้นของทุกธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าใน 4Q67 เพิ่มขึ้นเป็น 14.9% (+90bps YoY, +50bps QoQ) จากทั้งธุรกิจค้าส่ง และ ค้าปลีก จากการเน้นขายสินค้าที่มี margin สูง โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์จำหน่ายอาหารสด ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าส่งใน 4Q67 อยู่ที่ 11.9% (+90bps YoY, +50bps QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าส่งในปี 2567 อยู่ที่ 11.4%(+70bps YoY) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าปลีกใน 4Q67 อยู่ที่ 18.6% (90bps YoY, +50bps QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าปลีกในปี 2567 อยู่ที่ 18.1% (+40bps YoY)
รายได้ค่าเช่าทรงตัว
รายได้จากค่าเช่าใน 4Q67 อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท (-1% YoY, +1% QoQ) ทำให้รายได้จากค่าเช่าในปี 2567
อยู่ที่ 1.43 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY) เพราะมีการเรียกคืนพื้นที่เช่าบางส่วนเพื่อพัฒนา และ ปรับปรุง
ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ occupancy rate ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 93% และ ในมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 92%
ดูเหมือนจะคุมค่าใช้จ่ายได้อยู่
ค่าใช้จ่าย SG&A ใน 4Q67 อยู่ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท (+6% YoY, +1% QoQ) ส่งผลให้ SG&A ในปี 2567
อยู่ที่ 6.78 หมื่นล้านบาท (+5% YoY) ซึ่งดูเหมือนจะคุมได้อยู่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ omni channel แต่สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายของธุรกิจค้าส่งยังอยู่ที่ 10% (จาก 9.5% ใน 4Q66 และ 10.8% ใน 3Q67) ในขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายของธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ 18.2% (จาก 18.1% ใน 4Q66 และ 19.6% ใน 3Q67) โดยเราคาดว่าบริษัทน่าจะเริ่มได้อานิสงส์จากการรวมกิจการบ้างแล้ว
กำไรมีแนวโน้มที่ดี
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ CPAXT จะดีต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปีนี้ จากแคมเปญกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล (Easy E-receipt) และ การขยายช่องทาง omni channel ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทรวมถึงกลยุทธ์ในการเน้นขายสินค้าที่มี margin สูง ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และ synergy จากการรวมกิจการซึ่งจะช่วยคุมค่าใช้จ่าย
Valuation
เราคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ไว้ที่ 33.00 บาท อิงจาก PER ที่ 28.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตระหว่างหุ้นกลุ่มนี้
ในประเทศไทยและในต่างประเทศ) และ ยังคงคำแนะนำซื้อ CPAXT
Risk
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ราคาสินค้าเกษตรลดลง, ขยายสาขาได้ช้ากว่าที่วางแผนไว้, disruption ที่เกิดจาก
เทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการในต่างประเทศ







