วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ ตามทิศทางตลาดภูมิภาค โดยปรับตัวลงมากสุดราว 19 จุด จากความกังวลสงครามการค้า หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากทุกประเทศ มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่ม Big-Cap
ขณะที่มีแรงซื้อนำโดยหุ้น TRUE และ ADVANC เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,270.49 จุด -11.60 จุด -0.90% มูลค่าการซื้อขาย 43,206.59 ลบ. Program Trading -1,598.94 ลบ. ต่างชาติ -1,993.78 ลบ. TFEX -11,245 สัญญา ตราสารหนี้ -3,017.00 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 167.01 จุด หรือ +0.38% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกเช่นกัน ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตเหล็กดีดตัวขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศ
+ สัญญา WTI ปิดเพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์ หรือ +1.86% ปิดที่ 72.32 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อ รวมทั้ง การที่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อาจจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน
+ ผู้นำยูเครน เปิดเผยว่า แผนจัดการสถานการณ์ในยูเครนอย่างรวดเร็วของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงยุติสงครามแต่ ต้องรับประกันด้วยว่ารัสเซียจะไม่รุกรานอีก
+ ตลท. ชี้เตรียมหารือ "คลัง" พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแผนระยะสั้น หวังพลิกฟื้น "ความเชื่อมั่น" ตลาดหุ้นไทย หลังดัชนีฯร่วงต่อเนื่อง พร้อมหารือออก "LTF" และ "Thai ESG" หนุนลงทุนหุ้นมากขึ้น ระยะยาวมีแผนโรดโชว์นักลงทุนโชว์บจ.พื้นฐานดี หนุนเม็ดเงินลงทุนไหลเข้า
ปัจจัยลบ
- ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าจะประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% จากทุกประเทศเพิ่มเติมจากเดิม เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ
- จีนเปิดเผยว่า การแต่งงานในจีนดิ่งลง 20% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2567 ซึ่งฉุดรั้งความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤตประชากรที่กำลังคุกคามเศรษฐกิจจีน
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซาไม่มีสิทธิกลับสู่ดินแดนดังกล่าว ภายใต้แผนที่จะให้สหรัฐครองกรรมสิทธิ์ในฉนวนกาซา
- รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล มีคำสั่งให้กองทัพเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในฉนวนกาซา หลังฮามาสประกาศเลื่อนปล่อยตัวประกัน
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศ ประกอบกับนักลงทุนยังติดตามการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด มองกรอบดัชนี 1,260-1,280 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นที่ได้ประโยชน์โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” : KBANK SCB BBL TTB
• หุ้น ESG ดีเยี่ยม : ADVANC GULF BBL BEM RATCH CPN
• หุ้นได้ประโยชน์ Easy-E receipt : CRC COM7 ERW CENTEL MINT M AU TNP SIS SYNEX IP HL
• Sentiment เชิงบวกจาก บ้านเพื่อไทย : CK STECON CRD
• หุ้นปันผลสูง : SCB TISCO LH RATCH EGCO
หุ้นรายงานพิเศษ
MOTHER <MAI/Service>
ราคา IPO 1.40 บาท
ราคาเหมาะสม Consensus - บาท
•ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สินค้าอุปโภคบริโภคโดยธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ผ่านร้านสาขาชื่อ “Mother Supermarket”และ “Mother Marche” จำนวนรวม 20 สาขา ครอบคลุมจังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากค้าปลีก ค้าส่ง และบริการ 9M67 ที่ 68.7% 30.6% และ 0.4% ตามลำดับ โดยมีรายได้และกำไร 9M67 เติบโต 3.6%YoY และ 28.2%YoY สู่ 959.4 ลบ. และ 12.4 ลบ. ตามลำดับ
•บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิปี 64-66 อยู่ที่ 1,123.1-1,252.9 ลบ. และ 23.8-20.3 ลบ. ตามลำดับ โดยคิดเป็น อัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR ตลอด 64-66 ปีที่ 5.6% และ -8.2% ต่อปีตามลำดับ โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขา และการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่มีรายได้และกำไร 9M67 เติบโต 3.6%YoY และ 28.2%YoY สู่ 959.4 ลบ. และ 12.4 ลบ. ตามลำดับ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่เพิ่มขึ้น
•จำนวนหุ้น IPO 86 ล้านหุ้น และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 400 ลบ. ราคา IPO คิดเป็น trailing P/E 21.40 เท่า ซึ่งค่า P/E ของคู่แข่ง TNP และ KK อยู่ที่ 12.6 เท่าและ 24.6 เท่าตามลำดับ โดยการระดมทุนเพื่อ 1. ใช้เป็นเงินทุน ในการขยายสาขา 2. ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และ 3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
หุ้นมีข่าว
(+) SAWAD (Bloomberg Consensus 42.00 บาท) เดิมเกมโตอย่างรัดกุม ชี้ปี 2568 รายได้ขยายตัว เป้าสินเชื่อโต 10-15% ภายใต้กรอบ NPL ที่ 3-4% มองประกันออนไลน์เป็น New S-Curve หวังสัดส่วนรายได้เป็น 10% ในปีนี้ เผยสถานะการเงินแกร่ง ต้นทุนลงหลังอันดับเครดิตเพิ่มมาอยู่ A- มีเสถียรภาพ เล็งตั้งสำรองก้อนใหญ่ไม่มีแล้ว สถานการณ์รถมือสองค่อยๆ ฟื้น (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TIDLOR (Bloomberg Consensus 20.00 บาท) พร้อมปรับกลยุทธ์และแผนต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตให้กับภาพรวมการดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง เผยเปิดกำไรปี 2567 นิวไฮ พุ่งแตะ 4.23 พันล้านบาท โต 11.6% พอร์ตคงค้างกว่าแสนล้านบาท คุม NPL อยู่ 1.81% แจงเทนเดอร์ "ติดล้อ โฮลดิ้งส์" ภายในครึ่งแรกของปี 2568 (ที่มา ทันหุ้น)
(+) PJW (Bloomberg Consensus 3.19 บาท) ไฟเขียว ซื้อหุ้นคืนเพิ่มไม่เกิน 60 ล้านหุ้น ประกาศควักเงินเพิ่มอีก 50 ล้านบาท รวมเป็น 100 ล้านบาท ด้วยความเชื่อมั่นในผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัทที่เริ่มมีออเดอร์กลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) FM (Bloomberg Consensus 7.20 บาท) ลั่นเป้ารายได้รวมปี 68 เพิ่มขึ้น 15% จากปี 67 ชูตลาดเรือธง “ยุโรป-ญี่ปุ่น” ที่มีการเติบโต รับดีมานด์บริโภคโปรตีนเนื้อไก่ที่มีอย่างต่อเนี่อง เจาะลูกค้าใหม่ในตะวันออกกลาง-ฟิลิปปินส์ ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง บวกกำลังการผลิตโรงชำแหละและโรงงานไก่แปรรูปเพิ่มขึ้น หนุนยอดขายโต (ที่มา ทันหุ้น)









