ตลาดยังมองบวกจากท่าที่การปรับขึ้นภาษีนำเข้าที่มีลักษณะของความประนีประนอม บรรยากาศลงทุนระยะสั้นเป็นบวกมากขึ้นหลังตลาดตอบรับปัจจัยลบความกังวลหลายอย่างไปล่วงหน้าก่อนการรับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์
ขณะที่มีสัญญาณประนีประนอมทั้งจากจีนและสหรัฐฯ ได้แก่ 1) การเลี่ยงการประกาศแผนการเก็บภาษีจากจีน 2) การระงับคำสั่งแบน Tik Tok และให้เวลา ByteDance หาพันธมิตรในสหรัฐฯ มากขึ้น 3) รองนายกรัฐมนตรีจีน (ติง เซวี่ยเชียง) กล่าวว่าจีนจะขยายการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม // นอกจากนี้ตลาดยังมองบวกจากความคาดหวังการปรับลดกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดในการทำธุรกิจ นอกจากนี้นักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนการลงทุน AI ที่นำโดย Softbank, OpenAI และ Oracle ซึ่งส่งผลบวกต่อบรรยากาศลงทุน ETF ที่เกี่ยวกับหุ้น AI และบริษัทขนาดเล็กที่น่าจะได้ประโยชน์จาก AI
ในมุมการเก็งกำไร หุ้นในกลุ่มที่ปรับลดลงมาเยอะน่าสนใจ: แม้บรรยากาศลงทุนระยะสั้นอาจจะยังมีความผันผวน แต่ด้วย valuation ของตลาดหุ้นโดยรวมที่อยู่ใกล้ระดับ 13x PER และมีหุ้นจำนวนมากถึง 58.83% ซื้อขายต่ำมูลค่าทางบัญชี (543 จาก 923 หลักทรัพย์) ทำให้เราประเมินหุ้นขนาดใหญ่ที่ตลาดรับรู้ปัจจัยลบหรือผลประกอบการที่แย่ไปแล้ว มีโอกาสฟื้นตัว ถึงแม้บางตัวผลประกอบการไตรมาส 4/67 จะออกมาแย่ก็ตาม หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ HANA, SCC, SCGD, SCGP, CREDIT, AEONTS, EGCO, RATCH, BCPG
กลุ่มธนาคารกำไรตามคาด ค้าปลีก/อาหาร งบดี // ไฟฟ้า/ไฟแนนซ์ ได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรลง: กลุ่มธนาคาร - ส่วนใหญ่กำไรตามคาด โดยมี SCB ถือว่ากำไรดีกว่าคาด หุ้นเด่นในกลุ่มชอบ KBANK, KTB, SCB // กลุ่มค้าปลีก - ผลดีจาก Easy e-receipt (16 ม.ค.-28 ก.พ.) และ 10,000 บาท เฟส 2 (27 ม.ค.) บวกต่อ CPALL, CPAXT, TNP, MEB, HMPRO, COM7, ADVICE, SYNEX, SIS, CRC, CPN // กลุ่มอาหาร – คาดรายงานกำไรไตรมาส 4/67 ดีขึ้นต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดปรับเพิ่มประมาณการและราคาเหมาะสมขึ้น เป็นปัจจัยหนุนต่อราคาหุ้นในช่วงต่อไป โดยเราชอบทั้ง CBG, OSP, CPF, BTG, TFG // กลุ่มไฟฟ้าและไฟแนนซ์ – คาดได้ผลบวกจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บวกต่อ GULF,
BGRIM, GPSC, EGCO, RATCH, MTC, TIDLOR, SAWAD
ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัวขึ้น โดยมีเป้าหมายเก็งกำไร 1,370-1,400 จุด โดย กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่และหุ้นปันผลสูงเริ่มกลับมาน่าสนใจจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ขณะที่ยังมองกลุ่มผลประกอบการดี ใน 4Q67-1Q68 มีความน่าสนใจ โดยเราชอบ หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, สื่อสาร, ค้าปลีก และอาหาร (เครื่องดื่มและเนื้อสัตว์) ขณะที่คาดธนาคาร และการเงิน จะเป็นกลุ่มช่วยประคองบรรยากาศโดยรวม
แนวรับ: 1,341 แนวต้าน : 1,365-1,380 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• EGCO (130) : ปัจจุบันซื้อขายที่ 6.5x PER และ 0.58x PBV ให้ผลตอบแทนคาดการณ์ที่ 5.9% ตัดขาดทุน 109 บาท
• CBG* (85): ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง และการสร้างโรงงานที่พม่าบวกต่อการแย่งส่วนแบ่งการตลาด ตัดขาดทุน 70 บาท
• BTG (21) : คาดกำไร 4Q67F เพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากต้นทุนการผลิตที่ปรับลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตัดขาดทุน 17.50 บาท
• HANA* (28): ราคาต่ำสุดในรอบ 3 ปี และลดลง 50% จาก high ปี 2567 แม้ consensus คาดกำไร -15% YoY แต่ FCF yield ในระดับ 15-17% สูงเป็นลำดับต้นๆของหุ้นไทย ขณะที่ซื้อขายเพียง 14x PER และ 0.74x PBV ตัดขาดทุน 23 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- ทรัมป์ ประกาศเตรียม พิจารณา ขึ้นภาษีกับประเทศจีน 10% เริ่มต้น 1 กุมภาพันธ์นี้
- นักลงทุนเทน้ำหนักเกือบ 100% คาดเฟดคงดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า ก่อนหั่นดบ.เดือนมิ.ย.
- ท่องเที่ยวไทย 3 สัปดาห์แรกปี 68 ต่างชาติเข้าไทยทะลุ 2 ล้านคน สร้างรายได้ 1.07 แสนลบ.
- ครม. เห็นชอบ ภาษีคาร์บอน ในภาษีน้ำมัน ยันไม่กระทบราคาน้ำมัน
- SCB รายงานกำไรสุทธิใน 4Q24 เพิ่มขึ้น +7% yoy, +7% qoq
- บทวิเคราะห์วันนี้ : BBL แนะนำ ถือ เป้า 170 บาท/ KBANK แนะนำ ซื้อ เป้า 190 บาท/ KTB แนะนำ ซื้อ เป้า 25.50 บาท/ SCB แนะนำ ซื้อ เป้า 140 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
23 ม.ค. – JP Balance of Trade (Dec)








