BTS จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้เพื่อชี้แจงผลประกอบการ และอธิบายถึงแนวโน้มธุรกิจของบริษัท โดยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมีดังนี้
ผลขาดทุนจากการลงทุนลดลง ภาพหลักของผลการดำเนินงาน BTS ใน 1Q68 คือผลขาดทุนสุทธิลดลง
YoY เพราะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการลงทุนของ RABBIT ใน
Singer Thailand PCL (SINGER) อีก (ii) การลงทุนในบริษัทร่วม/JVs พลิกเป็นมีกำไร (สาเหตุหลักเป็น
เพราะไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ Kerry Express (Thailand) (KEX) และส่วน
แบ่งกำไรจากการลงทุนใน Jaymart Group Holdings (JMART)) เราคิดว่าผลกระทบในเชิงลบจากการ
ลงทุนของ BTS น่าจะอยู่ในวงจำกัดหลังจากที่ขาย KEX ออกไปแล้ว
หนี้ค้างรับที่เกี่ยวข้องกับ กทม. ศาลตัดสินให้ BTS ชนะติดต่อกัน 2 คดีในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ค้างรับของ
กทม. และกรุงเทพธนาคม ซึ่งมีมูลหนี้ 2.3 หมื่นล้านบาท (งาน E&M) และ 1.175 หมื่นล้านบาท (งาน
O&M) จากการจ้างให้ BTS เดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้งสองส่วน
ทั้งนี้ บริษัทได้รับชำระเงิน 2.3 หมื่นล้านบาทเรียบร้อยแล้วในเดือนมีนาคม ส่วนหนี้ที่เกินกำหนดชำระ
อีก 1.175 หมื่นล้านบาทน่าจะได้รับชำระครบภายใน 140 วัน ซึ่งจะทำให้ BTS มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก
การที่ภาระหนี้ และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงใน 2H67
นโยบายของรัฐบาลที่จะกำหนดค่าตั๋วที่ 20 บาท/เที่ยว จากนโยบายของรัฐบาลที่จะลดราคาตั๋วโดยสาร
รถไฟฟ้าเหลือ 20 บาท/เที่ยว เราเห็นด้วยกับมุมมองของบริษัทว่านโยบายนี้สามารถดำเนินการได้โดย i)
รัฐบาลให้เงินอุดหนุนส่วนต่างระหว่างค่าโดยสารตามจริงและค่าโดยสารตามนโยบายรัฐบาล ii) แก้ไข
สัญญาสัมปทาน ซึ่งเราพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพูดคุยประเด็นดังกล่าวร่วมกัน
Rabbit Holdings (RABBIT) จะเพิ่มบริการทางการเงิน RABBIT ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการ
ทางการเงินเป็น >50% ในอีกสามปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ 30% ของรายได้รวม โดยอีก 70% มาจาก
อสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ผู้บริหารตั้งเป้าจะขายสินทรัพย์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางส่วนออกไปในอนาคต โดยให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกกับบริษัท
คาดว่า BTS กับ กทม. จะเจรจากันเพื่อขยายสัมปทานสายสีเขียว
ในส่วนหนี้ค้างรับก้อนใหญ่ของ กทม. เรายังคงคาดว่า กทม. จะเจรจากับ BTS เพื่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2572
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำถือ BTS โดยประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ปี 2568 (เมษายน 2567-มีนาคม 2568) ที่
5.60 บาท
Risks
COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ และ ความขัดแย้งทางการเมือง









