พอร์ตหุ้นแนะนำเดือนมิถุนายนบวก 0.2% แข็งกว่า SET Index ซึ่งลดลง 3.3% ในเดือนมิถุนายน ตลาดหุ้นไทยยังลงต่อ และอ่อนแอกว่าที่เราคาดเอาไว้
โดย under-perform ตลาดหุ้นอื่น ๆ ในเอเชียอย่างมาก ปัจจัยลบหลัก ๆ ที่ถ่วงตลาดลงมาได้แก่ i) ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล รวมทั้งประเด็นของสถานะของนายกฯ เศรษฐา และ ครม. ii) ดัชนี US Dollar Index ยังคงแข็งค่า จากการที่ FOMC ส่งสัญญาณว่าอาจจะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในปี 2567 ทั้งนี้กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลออกอย่างมีนัยสำคัญ...อย่างไรก็ตามดัชนีฯ ฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงปลายเดือน หลังจากที่หลุดระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,300 ระหว่างเดือน ทั้งนี้ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่มองว่าดัชนี SET มี downside จำกัดและส่วนหนึ่งกลับเข้ามาเก็งกำไรข่าวการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับกองทุน Thai ESG
มุมมองตลาดเดือนกรกฎาคม: เคลื่อนไหวในกรอบแคบ มูลค่าหุ้นน่าสนใจ แต่ยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นเชิงบวก
เราคาดว่าดัชนี SET ในเดือนกรกฎาคมจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ถึงแม้ว่าราคาหุ้นในตลาดจะดูน่าสนใจแล้ว แต่ตลาดหุ้นไทยน่าจะยังขึ้นไม่ไหวจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่องท่ามกลาง i) ประเด็นการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน และอาจลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม หรือต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อาจมีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมา ii) ท่าทีนโยบายการเงินที่แตกต่างกันระหว่าง ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) กับของประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ น่าจะยังส่งผลให้ดอลล่าร์ฯ แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ และเป็นปัจจัยกดดันฟันด์โฟลว์ได้
นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการไตรมาส 2/2567 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งอาจมีสัญญาณ
NPLs เพิ่มขึ้นและคุณภาพสินทรัพย์มีความเสี่ยง ทั้งนี้เราคงมองว่าดัชนีฯ มีทางลงจำกัด อิงจากการ
คำนวณ earnings yield gap ของเรา ทั้งนี้ เรามองว่าปัจจัยในประเทศอย่างเช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์
ทางภาษีให้กับการลงทุนในกองทุน Thai ESG และ มาตรการคุมธุรกรรม short selling ซึ่งทยอยมีผลมา
เรื่อย ๆ จะทำให้ดัชนีฯ มีการฟื้นตัวเป็นช่วงๆ ในเดือนได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดัชนีฯ ปรับลง
ไปถึง worst-case downside level ที่เราคำนวณไว้ที่ 1,260-1,270
หุ้นเด่นเดือนกรกฎาคม: CPF*, MINT*, OSP*, RBF*, DELTA*, TRUE* และ CKP*
เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่อ่อนไหวต่อประเด็นการเมือง และที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศไปก่อนในช่วงนี้ และหันไปเน้นหุ้นในธีมดังต่อไปนี้แทน i) หุ้นที่เชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจยุโรป และจีน ที่แสดงสัญญาณการฟื้นตัวแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนมากนัก (CPF*, MINT*) ii) หุ้นในดัชนี Thai ESG Index ที่ภาพอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2567 และราคาหุ้นยังน่าสนใจ (OSP*,RBF*) iii) หุ้นในธีมเทคโนโลยีโลก และ AI optimism (DELTA*) iv) หุ้นที่มีธีมเฉพาะตัวเชิงบวกเช่นมี synergy ทางธุรกิจที่เข้ามาเร็วเกินคาด (TRUE*) และ v) หุ้นที่มีธีมเฉพาะซึ่งจะได้อานิสงส์จากหน้าฝนระดับน้ำสูง และการเปลี่ยนภูมิอากาศไปสู่ภาวะ La Nina (CKP*) เป็นต้น









