วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 24 June 2024

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดคาดความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้าง

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (24 - 28 มิ.ย. 67) 

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ รวมไปถึงเสถียรภาพทางการเมืองอิสราเอลที่ลดลงหลังการยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม ขณะที่อุปทานน้ำมันรัสเซียมีความไม่แน่นอนเนื่องจากโดนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดคาดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งปีหลังจากอุปทานที่ยังคงตึงตัวและอุปสงค์ที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ ที่ยังคงเปราะบาง และความไม่แน่นอนของเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 24 June 2024

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น ภายหลังรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศอิสราเอลเตือนว่า อิสราเอลจะเปิดฉากทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเร็วๆ นี้ แม้ว่าฝั่งสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นไม่ให้สงครามบานปลายก็ตาม ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เองก็ประกาศว่าจะไม่ยุติการโจมตีจนกว่าจะมีการหยุดยิงในฉนวนกาซา ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจส่งผลต่ออุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้

 

 

- ขณะเดียวกัน การสู้รบบริเวณฉนวนกาซามีแนวโน้มยืดเยื้อจากการที่ไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องการหยุดยิงได้แม้ว่ามีตัวกลางหลายฝ่ายพยายามเข้ามาร่วมเจรจาก็ตาม นอกจากนี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ประกาศยุบคณะรัฐมนตรีสงครามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสมาชิกคณะรัฐมนตรีสงครามประกาศลาออกจากประเด็นความล้มเหลวด้านการจัดทำยุทธศาสตร์ทางสงคราม ส่งผลเสถียรภาพทางการเมืองในอิสราเอลลดลงและกระทบต่ออำนาจในการลงนามตัดสินใจช่วงสงครามของอิสราเอล

- ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันจากรัสเซียอาจตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากมีการปฏิบัติการโจมตีคลังน้ำมันทางตอนใต้ของรัสเซียด้วยโดรนของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ถังเก็บน้ำมันเกิดเพลิงไหม้อย่างหนัก ทั้งนี้การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งให้ให้ตลาดกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของอุปทานน้ำมันดิบรัสเซีย

- นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบคงคลังลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเจ้าชายอับดุลอาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีฯ พลังงานแห่งซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า กลุ่มโอเปคพลัสสามารถระงับหรือยกเลิกการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน ขณะที่กลุ่มโอเปคพลัส สำนักงานพลังงานสากล และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐได้ปรับคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ทำให้ตลาดคาดอุปทานยังคงตึงตัว ท่ามกลางอุปสงค์น้ำมันที่สูงขึ้น
 

 

 

-  อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังคงมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอและแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด โดยล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. 67 ปรับตัวลดลงมาที่ 5.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 6.2% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังคงเปราะบางหลังมหาวิทยาลัยมิชิแกน เปิดเผยตัวเลขประมาณการดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย. ปรับลดลงมาอยู่ที่ 65.6 จุด แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนหลังภาคครัวเรือนของสหรัฐฯ กังวลด้านค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้ ส่งผลให้ตลาดกังวลเรื่องอุปสงค์น้ำมันที่อาจปรับลดลงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ของโลก

- ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือน พ.ค. 67 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 1/67 ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล เดือน พ.ค. 67 จำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เดือน มิ.ย. 67 และรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี เดือน มิ.ย. 67 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป เดือน มิ.ย. 67 ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคคาดการณ์ และรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 – 21 มิ.ย. 67)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 2.28 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 80.73 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 2.62 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 85.24 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 84.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวง ขณะที่การเจรจาระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ทั้งนี้ ราคายังได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขการลงทุนด้านการผลิตในจีนที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 9.6% ในช่วงเดือน ม.ค. 67 ถึง พ.ค. 67 อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ยังไม่แน่นอนหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมและคาดว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 67 โดยเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพียง 1 ครั้งในปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในการประชุมเมื่อเดือน มี.ค. 67