วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ วันนี้ติดตามการเมืองในประเทศ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

ติดตามการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ซึ่งมีประเด็นจับตาที่สำคัญ 2 เรื่องได้แก่ 1) การพิจารณายุบพรรคก้าวไกล และ 2) การพิจารณาถอดถอนนายกรัฐมนตรี

เราประเมินซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่พรรคก้าวไกลอาจถูกตัดสินยุบพรรค ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดระยะสั้นผันผวนจากและขาดความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์การเมืองไทยที่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปลี่ยนแปลงพรรคร่วมรัฐบาลที่มีจำกัด ทำให้เราประเมินความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารมีจำกัด ทำให้ในกรณีแย่สุด (มีการเปลี่ยนแปลงนายกฯ) คืออาจเห็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช้ากว่าแผนการ แต่ภาพใหญ่ของการผลักดันจะไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญอาจนัดฟังการพิจารณษาคดีถอดถอนนายกรัฐมนตรีในภายหลัง ซึ่งจะทำให้ปัจจัยเสี่ยงยังค้างคา หรือหากตัดสินใจให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งได้ต่อโดยไม่มีความผิด จะเป็นปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของตลาด เนื่องจากความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจสะดุด จะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ยังคงมุมมองบวกแบบระมัดระวัง และความผันผวนช่วงมิ.ย.เป็นโอกาสลงทุน เราคงมุมมองบวกต่อตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่ตลาดจะผันผวนจาก 1) ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย 2) การเมืองยุโรป กดดันยูโรอ่อน หนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 3) ความเสี่ยงจากการเมืองในประเทศที่อาจกระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเรามองความผันผวนเป็นโอกาสในการซื้อและเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยเน้นธีม 1) หุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อน 2) หุ้นได้ประโยชน์จากรายจ่ายภาครัฐ 3) หุ้นได้ประโยชน์จากการบริโภคและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ


 

ภาพรวมกลยุทธ์ ทยอยสะสม แบบแบ่งไม้ซื้อ หลังแกว่งลงมาถึงโซนซื้อ 1,300-1,330 จุด ซึ่งเป็นจุดซื้อที่ดีที่สุดในรอบ 12-18 เดือน ข้างหน้า และด้วย Valuation ของ SET ที่แข็งแกร่งในระดับ 1,300 จุด ประเมินความเสี่ยงของการลงแรงถึงระดับ 1,100-1,200 จุด อยู่ในระดับต่ำ // กลุ่ม ICT ทั้งใหญ่และเล็ก หลายตัวมีปัญญาณฟื้นตัวที่ดี

หุ้นแนะนำ: GUNKUL*, ADVANC*, SYNEX*, PRTR*

แนวรับ: 1,300 / แนวต้าน : 1,335 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ    

ดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับตา CPI หาสัญญาณดอกเบี้ยเฟด (อินโฟเควสท์)

ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญ คดีใหญ่ ก้าวไกล-เศรษฐา (ข่าวหุ้น)

จับตาการประชุม กนง. ‘คลัง’ จี้ กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% ชี้เศรษฐกิจส่งสัญญาณชัด คลัง กระทุ้ง กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายหลังประเทศมหาอำนาจเริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย(กรุงเทพธุรกิจ)

Hearing แผน PDP วันนี้ 4 หุ้นไฟฟ้ารับ Renew 51% เล็งเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเป็น 51% เสนอ ครม. เดือน ก.ย. ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการช่วง Q3/67 เสนอแผน 18 มิ.ย. (ข่าวหุ้น)

นายกฯสั่งพลังงาน กำกับ PTT-BCP รับซื้อ B100 ลิตรละ 30 บาท แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ นายกสั่งกระทรวงพลังงาน กำกับดูแลผู้ค้ามาตรา 7 รับซื้อ B100 ในราคาลิตรละ 30 บาท ด้าน PTT-BCP รับปากยอมซื้อตามราคากำหนด หวังช่วยแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ  (อินโฟเควสท์)

BEM-CK วันนี้ศาลปกครองสูงสุดมีกำหนดอ่านคำพิพากษาคดีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ BTSC (โจทก์) ฟ้อง รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือก (จำเลย) ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หากศาลยกฟ้อง ผลที่ได้น่าจะเป็นผลบวกต่อ BEM และ CK เนื่องจากไม่มีคดีคงค้าง และ คาดว่าโครงการจะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในภายหลัง 

BEM ค.ร.ม. เห็นชอบอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 45 บาท มีผล 3 ก.ค. นี้ โดยกำหนดบังคับใช้ 24 เดือน (อินโฟเควสท์)
 

 

 

ADVANC เทรดคึกคัก ท่ามกลางข่าวสะพัด GULF เตรียมเข้าถือหุ้นโดยตรงแทน SINGTEL ทำราคาเพิ่ม 1.44% หลังมีข่าวลือ GULF เตรียมเข้าถือหุ้นโดยตรงแทน SINGTEL (อินโฟเควสท์)

PTTEP ลงทุน 10% แปลง Ghasha คาดปี 2573 กำลังผลิต 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ในสัญญาซื้อขายเพื่อเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุน 10% ในแปลงสัมปทาน Ghasha สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีผลสมบูรณ์ 11 มิ.ย. 67 คาดภายในปี 2573 มีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (กรุงเทพธุรกิจ)

SAV จับมือ แดนไทย ศึกษาระบบเทโนโลยี เกี่ยวกับการบินในประเทศไทย หนุนการเติบโตที่แข็งแกร่ง เดินหน้าขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินรอบด้าน (อินโฟเควสท์)

คาดการณ์หุ้นเข้า SET50/ SET100 ครึ่งปีหลัง SET50: (+) BJC, TIDLOR, BCP, ITC (-) BANPU, SAWAD, COM7, KCE ในขณะที่ SET100 (+) BJC JTS BA MBK CKP JAS QH SKY PRM // (-) TKN, FORTH, AURA, MOSHI, ORI, RCL, SNNP 

ประเด็นติดตาม 12 มิ.ย. – TH การประชุมกนง., US การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)