วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (6 มิ.ย. 67) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยก่อนคาด ท่ามกลางสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นหลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังตลาดคาดว่าโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ก.ย. 67 มีมากถึง 69% สูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่คาดการณ์ไว้ที่ 50% หลังตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานสหรัฐฯ (JOLTS) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 8.06 ล้านตำแหน่งในเดือน เม.ย. 67 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.4 ล้านตำแหน่ง สะท้อนถึงภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน
-/+ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันหลังจากกลุ่มโอเปคพลัสให้สมาชิกเลือกแนวทางการปรับลดกำลังการผลิตแบบสมัครใจได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 67 อย่างไรก็ดี เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย ได้เปิดเผยว่า กลุ่มโอเปคพลัสมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการลดกำลังการผลิตแบบสมัครใจต่อไปหากอุปสงค์น้ำมันในตลาดยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พ.ค. 67 เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล แตะที่ระดับ 455.9 ล้านบาร์เรล โดยปรับเพิ่มสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินไปเม็กซิโกปรับเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ โรงกลั่นญี่ปุ่นได้ดำเนินการปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาล ส่งผลให้อุปทานน้ำมันเบนซินตึงตัวมากขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังออสเตรเลียปรับเพิ่มจำนวนวันสำรองน้ำมันดีเซลคงคลังจาก 20 วันเป็น 32 วัน อย่างไรก็ดี สต็อกน้ำมันดีเซลสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พ.ค. 67 ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนถึงการชะลอตัวของอุปสงค์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง








