วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง เศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุด

ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวต้าน 1,390/1,395 จุด แนวรับ 1,375 จุด (EMA 50 วัน)/1,372 จุด (EMA 25 วัน) ภาพใหญ่ดัชนีฯ ยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ไปทดสอบแนวต้านของกรอบ Down Channel ที่ 1,404 จุด

ส่วนภาพระยะสั้น หลังจากดัชนีฯ วันศุกร์ สามารถทำจุดสูงสุด (Higher High) ใหม่รอบกว่า 5 สัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เป็นต้นมา ส่งผลให้ดัชนีฯ สัปดาห์นี้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ แนวต้าน 1,395 จุด (Gap ที่เปิดไว้เมื่อวันที่ 11 เม.ย.) และ 1,404 จุด ตามลำดับ เราแนะนำ ซื้อเก็งกำไรเพิ่มเมื่ออ่อนตัว บนคาดการณ์ตลาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (Bottom Out)

ประเด็น Event สำคัญ วันนี้

TH Opp. Day: JMART ADVANC PTTEP TOP BGRIM MTC NRF PQS CPAXT KLINIQ TAN SJWD WP BJC CPN III CPNREIT PSP CIVIL NCAP AURA RCL MINT AMATAV

Global 1Q24 Earnings Results: US ZOOM (คาด EPS USD1.19 Vs Previous EPS USD1.16) CH Trip dot com (คาด EPS USD4.16 Vs Previous EPS USD3.07)

JP: มกุฎราชกุมาร ซาอุฯ Mohammed bin Salman เยือนญี่ปุ่น (จนถึงวันที่ 23 พ.ค.)

Taiwan: การรับตำแหน่งผู้นำไต้หวันคนใหม่ของ Lai Ching-te และคาดว่าสหรัฐฯ จะมีการส่งจดหมายแสดงความยินดี ซึ่งจะเพิ่ม Geopolitcial Risks ระหว่าง US กับ China

Fed Comments: จับตาสัญญาณดอกเบี้ยเฟดจากสุนทรพจน์ของ Fed Atlanta Raphael Bostic, Fed Vice Chairman Michael Barr

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง เศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุด

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง เศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุด

 

Weekly Strategy: มุมมองต่อ SET Index:

สัปดาห์นี้เข้าสู่ช่วง Quiet session ของตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศ ขณะที่ในส่วนของประเทศไทย มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเพียง 1Q24 GDP Growth ซึ่งตลาดคาดว่ามีแนวโน้มเติบโตอ่อนแอกว่าคาด แต่ KTX ประเมินกรอบความเสี่ยงขาลงจำกัด เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ตลาดรับรู้ไปล่วงหน้าแล้ว และมีโอกาสที่จะเป็นจุดต่ำสุดของภาวะเศรษฐกิจไทย ก่อนเริ่มฟื้นตัวเป็นขาขึ้นในช่วง 2Q-4Q24 ด้วยปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงของการเริ่มใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ หลังจากล่าช้าไปกว่า 6 เดือน ประกอบกับแนวโน้มผลกำไรบจ. ปีนี้ (SET EPS Growth) หลังสิ้นสุด 1Q24 พบว่ามีสัญญาณเชิงบวก โดยฟื้นตัวขึ้นจาก -7.4% YoY มาอยู่ที่ -3.5% YoY (+390bps. WoW) ทำให้เราคาดว่าดัชนี SET มีแนวโน้มที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (Bottom-out) ส่วนการฟื้นตัว จะปรับขึ้นแรงเพียงใด จะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล

กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้: เราปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยปรับลดการเรียกรับส่วนชดเชยความเสี่ยง (Market risk premium) ลงสู่ระดับปกติ หลังประเมินดัชนี SET Index ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ทำให้ปรับจุดซื้อสูงขึ้น จากเดิม 1,317 จุด เป็น 1,357 จุด (อิง MRP 4.34% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 90 วัน) และ ขาย เมื่อดัชนีปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,399 จุด (อิง MRP ต่ำกว่า 4.13% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 90 วัน -2 S.D.) โดยแนะนำหุ้นใน Theme Bottom-out (หลักทรัพย์ที่มีราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกว่าดัชนี SET Index ในช่วงปี 2023-ปัจจุบัน และมี Upside เทียบกับราคาตามปัจจัยพื้นฐานสูงกว่า 20% ผนวนกับมีประเด็นเชิงบวกสนับสนุน (Attractive Story) สัปดาห์นี้ แนะนา กลุ่มการเงิน (TIDLOR) กลุ่มก่อสร้าง (CK) กลุ่มค้าปลีก (CPALL)

 

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ:

CH Loan Prime Rate ประเภท 1 ปี และ 5 ปี: Conensus คาด PBOC มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่เดิม 3.45%/3.95% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่ามีโอกาสที่ PBOC จะปรับลด RRR ของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 2 ครั้ง หรือปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้ง ในปีนี้ เป็นผลจากการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อรองรับการออกพันธบัตรตราสารหนี้รัฐบาล มูลค่า 1 ล้านล้านหยวน ที่จะออกขายต้งแต่ช่วงปลาย 2Q24 เป็นต้นไป

Germany PPI เดือน เม.ย.: Consensus คาดลดลงเป็น 0.1% MoM, -3.1% YoY (Vs เดือน มี.ค. 0.2% MoM, -2.9% YoY)

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นที่มีประเด็นข่าวเชิงบวก ได้แก่ TIDLOR CK CPALL

Strategic daily picks

TIDLOR    ปิด 20.90 บาท/แนวรับ 20.20 บาท แนวต้าน 21.70 บาท

รายงานกำไรสุทธิ 1Q24 ดีกว่าคาด 9% อยู่ที่ 1,104 ล้านบาท เติบโต 15.6% YoY และ 22.5% QoQ จาก cost to income และสำรองที่น้อยกว่าคาด ซึ่งใน 1Q24 เห็นสัญญาณที่ลดลงของ NPLs formation และ Loss on sale ขณะที่ Asset quality จำนำทะเบียน จักรยานยนต์ ปรับตัวดีขึ้น ส่วน 4 ล้อ และรถบรรทุก ยังเห็นสัญญาณเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย ทั้งนี้ TIDLOR ยังคง Coverage ratio ในระดับสูง เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอน KTX คงคาแนะนำ “Outperform” มูลค่าเหมาะสม 12M FWD ที่ 24.11 บาท อิงวิธี Earnings Yield บนอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังที่ 6.8%

CK   ปิด 22.50 บาท/แนวรับ 21.70 บาท แนวต้าน 23.40 บาท

รายงานกำไรสุทธิ 1Q24 ที่ 121 ล้านบาท (-44% YoY, -23% QoQ) เป็นผลจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและรายได้อื่นลดลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมงานประมูลของภาครัฐ ที่คาดว่าภาครัฐจะทยอยเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว หลังจากที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2024 มีผลบังคับใช้แล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานในมือราว 1.3 แสนล้านบาท Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2024 ที่ 1.85 พันล้านบาท (+23.12% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 26.88 บาท

CPALL   ปิด 59.00 บาท/แนวรับ 57.00 บาท แนวต้าน 61.00 บาท

ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของร้าน 7-11 ในช่วง 2Q24 ยังคงมีทิศทางเติบโตดีต่อเนื่องจาก 1Q24 อยู่ราว 5% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องในทุกไตรมาสตลอดทั้งปี 2024 รวมทั้งมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปี 2024 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 50% ลงทุนเปิดสาขา 7-11 ใหม่ และ 50% ลงทุนศูนย์กระจายสินค้า บริษัทย่อย โครงการใหม่ และระบบสารสนเทศ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2024 ที่ 2.23 หมื่นล้านบาท (+20.77% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 75.79 บาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง เศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุด

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง เศรษฐกิจไทยคาดผ่านจุดต่ำสุด