วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ภาพรวมยังต้องระวังความเสี่ยงปรับฐานในระดับ 1,330-1,340 จุด

ประมาณการเติบโตเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังที่ต่ำกว่าธปท.และสภาพัฒฯ อย่างมาก สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เอกสารประมาณการเศรษฐกิจไทย

โดยคาดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2566-67 จะเติบโตเพียง 1.8% และ 2.8% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของธปท.และสภาพัฒน์ที่มอง GDP ปี 2566 ที่ 2.4-2.5% และ GDP ปี 2567 ที่ 3.2% ตัวเลข GDP ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ของอีกสองหน่วยงาน สร้างแรงกดดันเชิงลบต่อบรรยากาศลงทุน นอกจากนี้ ความแตกต่างอย่างมากของตัวเลข GDP ปี 2666 จะสร้างความสับสนและตั้งคำถามถึงเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวเลขคาดการณ์หน่วยงานเศรษฐกิจที่สำคัญที่ขัดแย้งกัน ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยลบต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ

แรงกดดันด้านผลประกอบการสะทอนผ่านประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังปรับตัวลดเลง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กำไรกลุ่มพลังงานคิดเป็น 25-35% ของทั้งตลาด ขณะที่กำไรกลุ่มธนาคารคิดเป็น 10-20% หรือ 2 กลุ่มรวมกัน มีกำไรในระดับ 40-50% ของ SET Index ดังนั้นการที่ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงในช่วงปลายปีกระทบกับกำไรกลุ่มพลังงาน ประกอบกับการตั้งสำรองที่สูงขึ้น กระทบต่อกำไรกลุ่มธนาคาร ส่งผลให้แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนทรงตัวถึงปรับลดลง ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตเชิงบวกหรือฟื้นตัวในปี 2567 ยังอยู่ในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์ และอาหาร ขณะที่กลุ่มค้าปลีก แม้มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การแข่งขันที่อาจรุนแรงขึ้นในธุรกิจค้าส่ง และความล่าช้าของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง   
 

ภาพรวมกลยุทธ์ บริษัทจดทะเบียนใน SET50 ราว 70% เริ่มมีภาพการเคลื่อนไหวที่เป็นลบ จะเป็นปัจจัยกดดันต่อภาพของดัชนี ทำให้ความเสี่ยงของการปรับลดลงต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม มีโอกาสเกิดขึ้น (โดยมี downside และจุดเสี่ยงซื้อ ในระดับ 1,330-1,340) การเก็งกำไรเน้นหุ้นเสี่ยงซื้อที่แนวรับ หรือในหุ้นที่มั่นใจการฟื้นตัวของผลประกอบการ 

หุ้นแนะนำ: TU*, EA*, VRANDA*

แนวรับ: 1,340-1,354 / แนวต้าน : 1,370 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

รัฐเผยข้อมูลคลัง ห่วงจีดีพีปี66ขยายตัวต่ำคาด ไอเอ็มเอฟมองต่างประเมินปี67พุ่งแรง4.4% ผู้ว่าธปท.ยันเศรษฐกิจไทยไม่วิกฤติเพียงแต่ขยายตัวต่ำกว่าคาด ปัญหาเศรษฐกิจไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นระยะสั้น โดยไอเอ็มเอฟแนะรัฐปฏิรูปโครงสร้างมุ่งเป้าลดหนี้สาธารณะเก็บรายได้มากขึ้น แนะธปท.เลิกพักชำระหนี้ 

จีน ออกมาตรการพยุงตลาดหุ้น อัดเงินเพิ่ม 2ล้านล้านหยวน  ผู้กำหนดนโยบายตลาดทุน กำลังพิจารณาการระดมเงินประมาณ 2ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนรักษาเสถียรภาพ เพื่อซื้อหุ้นจีนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ-0.1% และยังคงกำหนดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปีเคลื่อนไหวที่ระดับราว 0% (อินโฟเควสท์)

เนทันยาฮู ลั่นเดินหน้ากวาดล้างฮามาส แม้อิสราเอลสูญเสียทหารจำนวนมาก (อินโฟเควสท์)

 

 

เช่าซื้อรถฝืดแบงก์เข้มขอเพิ่มดาวน์ลดเสี่ยง–ธุรกิจเช่าซื้อปี67หืดจับหนี้เสีย-หนี้ค้างชำระยังไหลเพิ่มขึ้น ประธานสมาคมเช่าซื้อมองสินเชื่อโตได้5-10%จากปีก่อน แบงก์เข้างวดปล่อยกู้ยอดรีเจ็กต์เพิ่ม (ประชาชาติ)

SCGP แจงปี66 กำไรหด11% ตามรายได้รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกฟื้นช้าจ่อเคาะแผนขยายผลิตเวียดนาม 

JMT โต้หุ้นร่วงโชว์แกร่ง-ยันตุนเงินพร้อมจ่ายคืนหุ้นกู้1,849ลบ.ต้นมี.ค. แย้มQ4/66 เข้าเป้า  

JKN ปิดดีลขายหุ้น 50% "มิสยูนิเวิร์ส" ให้เศรษฐีละตินร่วมทุน กวาดเงินสดกว่า 581 ล้านบาทแก้ปัญหาสภาพคล่อง (อินโฟเควสท์)

AWC จับมือกลุ่ม ปตท. เปิดสถานีชาร์จ EV ในอสังหาริมทรัพย์ 17 โครงการ (ประชาชาติ)

SCC ประกาศงบ Q4/2566 วันนี้

จับตาตัวเลขส่งออกไทย เดือน ธ.ค. ช่วงเช้าวันนี้

 

ประเด็นติดตาม:  24 ม.ค. – TH Balance of Trade (Dec)/TH New Car Sales(Dec)/ 25 ม.ค.- EU Interest Rate Decision / US GDP Growth Rate Adv(Q4) / US Initial Jobless Claims

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)