วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ดิจิทัลวอลเล็ตบวกต่อกำลังซื้อ แต่อาจกระทบต้นทุนการกู้ยืม

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ดิจิทัลวอลเล็ตบวกต่อกำลังซื้อ แต่อาจกระทบต้นทุนการกู้ยืม

กฤษฎีกาไม่มีปัญหากับการออกก.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพียงแต่จะต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 53 (การกู้เงินทำได้ด้วยกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะ)

และ มาตรา 57 (การกู้เงินตามม.53 ทำได้เพื่อใช้จ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานเจ้าของโครงการมีความพร้อมดำเนินการ) รวมทั้งต้องรับฟังความเห็นรอบด้าน ซึ่งทางรมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันว่าโครงการยังดำเนินไปตามกรอบเวลาเดิมที่น่าจะเริ่มใช้จ่ายเงินได้ พ.ค.67 ซึ่งความคืบหน้าดังกล่าวเป็นบวกต่อกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว 

จับตาแนวคิดรัฐบาลออกกองทุนพยุงตลาดตราสารหนี้ ภาวะต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับความจำเป็นในการออกพ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ขณะที่ตราสารหนี้ครบกำหนดในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท อาจเป็นความเสี่ยงให้ต้นทุนทางการเงินปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้สัญญาณของการเริ่มไม่สามารถชำระเงินต้นของบริษัทจำนวนหนึ่ง ทำให้เริ่มมีความเห็นสนับสนุนให้รัฐออกกองทุนพยุงหุ้นกู้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ และลดความเสี่ยงของตลาดเงินตลาดทุน เรามองหากมีการจัดตั้งกองทุนจริง จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดความเสี่ยงสภาพคล่องของบริษัทจำนวนมาก ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีหนี้ครบกำหนดชำระสูงในปีนี้ ได้แก่ ไฟแนนซ์และอสังหาริมทรัพย์

 


 

บรรยากาศลงทุนภายนอกฟื้น แต่อาจมีแรงฉุดหุ้นพลังงานจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ภาพรวมการลงทุนยังอยู่ในทิศทางบวกจากเงินเฟ้อที่ชะลอ (Disinflation) ถึงแม้ในระยะสั้นผลตอบแทนพันธบัตรอาจฟื้นตัวขึ้น ซึ่งเรามองจะไปอยู่บริเวณ 4.25%+/- ระยะสั้น กลุ่มพลังงานอาจมีแรงฉุดบ้างจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ซึ่งจะเป็นโอกาสซื้อในกลุ่มหุ้นที่มีกระแสเงินสดดี อาทิ PTT, BSRC, TOP

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,415-1,450 จุด ช่วงสั้นอาจต้องระวังแรงทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นมาเยอะ กลุ่มธนาคารใกล้ประกาศผลประกอบการ เรามองธนาคารใหญ่ที่มีความเสี่ยงการตั้งสำรองต่ำมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี โครงการ Easy E-receipt บวกต่อการเก็งกำไรหุ้นท่องเที่ยวและค้าปลีก ขณะที่อาจเลือกเก็งหุ้นเล็กที่ยัง Laggard

หุ้นแนะนำ: SCB*, VRANDA*, SORKON*, SAFE*

แนวรับ: 1,415 / แนวต้าน : 1,446-1,459 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

คาดสหรัฐเผยดัชนี CPI +3.2% เดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ย. - กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนธ.ค. ในวันพฤหัสบดีนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.1% ในเดือนพ.ย. (อินโฟเควสท์)

ซาอุฯลดราคาน้ำมัน-โอเปคเพิ่มผลิต น้ำมัน WTI ปิดร่วง - ราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงเกือบ 5% ใกล้หลุดระดับ 70 ดอลลาร์ หลังซาอุดิอาระเบียประกาศปรับลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่ ประกาศปรับลดราคาน้ำมันดิบ Arab Light ที่จำหน่ายให้แก่ตลาดเอเชีย ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ และปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาด (อินโฟเควสท์)

คลังแจกเงินดิจิทัล พ.ค.นี้ หลังกฤษฎีกาตอบกู้เงินแจกได้ – หลังกฤษฎีกาตอบรัฐบาลมีอำนาจออกเงินกู้เพื่อเดินโครงการได้ แต่ให้ทำภายใต้มาตรา 53 และ 57 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พร้อมกับรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เริ่มรายงานครม.วันนี้ จากนั้น จะประชุมบอร์ดแจกเงินดิจิทัลภายใน 1 สัปดาห์ (กรุงเทพธุรกิจ)

กระทรวงพลังงาน จะเสนออัตราค่าไฟงวดใหม่ พรุ่งนี้ (10 ม.ค.) สำหรับคนใช้เกิน 300 หน่วยให้ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย ในการประชุม ครม. วันนี้ – เสนออัตราค่าไฟงวดใหม่งวดเดือน ม.ค. - เม.ย.2567 กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้ในอัตรา 3.99 บาทต่อหน่วย โดยใช้งบประมาณอุดหนุนประมาณ 1.9 พันล้านบาท ส่วนค่าไฟของคนที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 300 หน่วย โดยค่าไฟงวดใหม่จะไม่เกิน 4.2 บาทต่อหน่วย (กรุงเทพธุรกิจ)

ITD – นัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค.67 จ่อเสนอขยายเวลาไถ่ถอน 2 ปี-เพิ่มดอกเบี้ย (การเงินการธนาคาร)

 

ประเด็นติดตาม: 9 ม.ค.- US Balance Trade (Nov), EU Unemployment Rate (Nov) / 10 ม.ค. – US 10-Year Note Auction/ 11 ม.ค. - US inflation / 12 ม.ค. - US PPI , TH Consumer confidence

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)