วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ ส่งท้ายปีเถาะรับปีมังกร สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2566

สรุปภาพรวมหุ้นไทยปี 2566 ดัชนีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนแย่สุดอันดับ 3 ในเอเชีย ปรับตัวลดลง -15.48% รองจากดัชนี CSI300 ของจีน (-17.50%) และดัชนี Hang Seng ของฮ่องกง (-16.79%) 

ภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนดีสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1) บริการเฉพาะกิจ +36.09% 2) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +7.60% 3) เหมืองแร่ 0.00% 4) กลุ่มธนาคาร -3.40% 5) แฟชั่น -7.11% 

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนแย่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1) วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร -38.85% 2) บรรจุภัณฑ์ -35.31% 3) สื่อและสิ่งพิมพ์ -34.80% 4) ประกันภัยและประกันชีวิต -30.61% 5) เงินทุนและหลักทรัพย์ -29.82% 

หลักทรัพย์ใน SET50 ที่ให้ผลตอบแทนดีสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1) WHA +29.90% 2) MTC +17.11% 3) TTB +14.18% 4) ADVANC +12.31% 5) DELTA +9.94% 6) PTT +7.52% 7) BH +3.77% 8) BBL +2.70% 9) KTB +2.26% 10) TISCO -0.25% 

หลักทรัพย์ใน SET50 ที่ให้ผลตอบแทนแย่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1) EA -54.38% 2) BANPU -51.09% 3) AWC -43.49% 4) TLI -37.92% 5) SCGP -37.28% 6) GPSC -34.59% 7) IVL -33.74% 8) TRUE -33.73% 9) COM7 -30.88% 10) BGRIM -30.82%
 

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,400-1,430 จุด กลุ่มหุ้นเล็กและเป้าหมาย TESG ยังมีโอกาสปรับขึ้น กลุ่มหุ้นที่กระแสเงินสดดีและปันผลสูง ค่อนข้างยืนได้ดีและแข็งแกรงกว่าภาพรวม จะเป็นตัวประคองตลาด และอาจทำให้หุ้นกลางหุ้นเล็ก รวมถึงหุ้นไวต่อดอกเบี้ย ฟื้นได้ดีในช่วง 2 เดือนนี้

หุ้นแนะนำ: CPN*, TISCO*, SJWD*, SAFE*

แนวรับ: 1,400 / แนวต้าน : 1,430 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

จีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.พุ่ง 29.5% เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 - สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 29.5% yoy  โดยปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 แม้ภาคเอกชนของจีนเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอลงจนทำให้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม (อินโฟเควสท์)

ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตผู้บริหารบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK) รวม 3 ราย - ได้แก่(1) นายชนินทร์ เย็นสุดใจ (2) นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ และ (3) นางสาวยสบวร อำมฤต ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีขายหุ้นของ STARK โดยอาศัยข้อมูลภายใน และรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
 

กลต.จับหุ้นปั่นขึ้น 'ออโต้ฮอลต์' สกัด 'ราคาร้อนแรง' เริ่มปี 67 - ก.ล.ต. มีแผนควบคุมการซื้อขายหุ้น "ร้อนแรง" ออกเกณฑ์ ห้ามซื้อขายหุ้นชั่วคราว Auto Halt ทันที หากพบผิดปกติ คาดเริ่มใช้ปี 67 พร้อมศึกษามาตรการขั้นสูงสุด ดึงระบบ Auction เสมือนแข่งเสนอราคาใช้แทนระบบ "แมชชิ่ง" รอ ตลท. ศึกษากำหนดเกณฑ์ ย้ำหวังคุม "หุ้นปั่น" ปิดช่องโหว่ซ้ำรอย "หุ้น มอร์"

รัฐเข็นนโยบาย เงินดิจิทัลวอลเล็ตชี้ต้องดูแลประชาชน - เลขาธิการนายกฯ เผยรัฐบาลเดินหน้าต่อดิจิทัลวอลเล็ต ชง พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้าน เข้าสภาต่อจาก พ.ร.บ.งบปี 2567 ชี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบดูแลประชาชน มั่นใจโครงการใช้ได้ในเดือน พ.ค.2567 เปิดโพล ส.อ.ท.สำรวจของขวัญปีใหม่ 2567 แบบไหนถูกใจภาคอุตสาหกรรม เสนอ 4 มาตรการ กระตุ้นบริโภคในประเทศ ปลดล็อกไฟฟ้าสีเขียว หนุนสินเชื่อด้านสิ่งแวดล้อมเตรียมปรับดัชนี SET50 /100 วันพรุ่งนี้ 

TESG - ในกลุ่มที่มี ESG rating AAA และ AA ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อ ได้แก่ ADVABC, BCP, CPALL, CPAXT, CPF, CRC, PTT, SCGP, TISCO, BCPG, BDMS, CPN, EA, EGCO, MAJOR, RATCH, SCBวันนี้ปรับดัชนี SET50 /100 สิ้นวันทำการ - SET50 หุ้นเข้า KCE / หุ้นออก TIDLOR

 

ประเด็นติดตาม: 28 ธ.ค. - Pending Home Sales (MoM)/1 ม.ค. - S&P Global US Manufacturing PMI (Dec)/ 3 ม.ค. - ISM Manufacturing PMI (Dec), JOLTs Job Openings (Nov)/

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)