วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเม็ดเงินจาก TESG และโมเมนตัมบวก จาก BOJ Meeting, EU Inflation

ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways แนวรับ 1,384/1,380 จุด แนวต้าน 1,398/1,406 จุด เป็นผลจากการปรับฐานทางเทคนิค หลังจากดัชนีฯ พุ่งขึ้นแรงจาก 1,354.73 จุด ไปทำระดับสูงสุดที่ 1,398.65 จุด โดยดัชนีฯ ยังคงมีแนวโน้มขึ้นต่อไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม 1,406/1,427 จุด

หากดัชนีฯ สามารถยืนเหนือระดับ 1,382 จุด (EMA 10 วัน) ได้ตลอดสัปดาห์นี้

ประเด็น Event สำคัญ วันนี้

+/-Opportunity Day: จับตาสัญญาณ Earnings Guidance ของบจ. BIS TRC ATP30 WAVE PRM TPAC คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว หากมีสัญญาณ Negative/Positive Guidance

+/-ผลประชุมครม.: คาดมีความชัดเจนเรื่องค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2024 ส่วนเรื่องค่าแรงงานขั้นต่ำ และมาตรการที่เป็นของขวัญปีใหม่ คาดมีข้อสรุปในสัปดาห์หน้า

+กองทุน TESG: เราคาดว่าเม็ดเงินจากการขายกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี TESG ของ 16 บลจ. จำนวน 22 กองทุน ตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. เป็นต้นมา จะเริ่มทยอยเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นสัปดาห์แรก (ขึ้นอยู่กับการสิ้นสุดระยะเวลาขาย ซึ่งแตกต่างกันไประหว่างวันที่ 13-20 ธ.ค. และการตัดสินใจของผู้จัดการกองทุนแต่ละบลจ.) โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่คำนวณอยู่ใน SET ESG อิงประมาณการว่าจะมีเม็ดเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท ลงทุนในเดือน ธ.ค.

+/-SET50 /100 Index งวด 1H24E: ตลาดฯ ประกาศทบทวนวานนี้ โดยมีผลต่อราคาปิดวันสุดท้ายของปีนี้ โดยหลักทรัพย์ที่คำนวณในดัชนี SET50 Index มีการเปลี่ยนแปลง 1 หลักทรัพย์ +เพิ่ม KCE -ถอด TIDLOR ส่วนหลักทรัพย์ที่คำนวณในดัชนี SET100 Index มีการเปลี่ยนแปลง 10 หลักทรัพย์ โดยเพิ่ม AEONTS ICHI ITC M MOSHI RBF SAPPE SISB TKN TOA และ ถอด ACE CKP MBK PSL PTG SABUY STEC THANI TIPH TQM ส่วน INTUCH DELTA TLI คาดมี positive momentum ต่อราคาหุ้นระยะสั้น เพราะไม่ได้ถูกถอดออกจากการคำนวณดังที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ TIDLOR เป็นลบ จากการถูกถอดออกจากการคำนวณ SET50 Index เหนือคาดหมาย

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเม็ดเงินจาก TESG และโมเมนตัมบวก จาก BOJ Meeting, EU Inflation

 

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้

+BOJ Meeting: อาจช่วยหนุนเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทย

การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 18 ธ.ค. แม้ Consensus จะยังคาดการณ์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ -0.1% และกำหนดยิลด์พันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่ 0% ด้วยกรอบแกว่ง 100 bps แต่ความสำคัญของการประชุมจะอยู่ที่ถ้อยแถลงหลังการประชุม เกี่ยวกับการปรับนโยบายการเงินในอนาคต หากญี่ปุ่นส่งสัญญาณยกเลิกนโยบายทางการเงินผ่อนคลายอย่างมาก (Ultra easing) ในการประชุมครั้งนี้ จะหนุนในค่าเงินเยนอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง

ไทยมีโอกาสได้อานิสงส์เชิงบวกจากการประชุม BoJ เราทำการวัดค่าความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวของดัชนีค่าเงินเยน ด้วยวิธี Correlation Matrix Model พบว่าค่าเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯมีความสัมพันธ์กับดัชนีค่าเงินเยน มากกว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยค่าสหสัมพันธ์สูงถึง 72% (Vs ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 69%) นัยถึงหากดัชนีค่าเงินเยนแข็งค่า จะทำให้ค่าเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ากว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้อัตราส่วนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อค่าเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งขึ้น (Figure 1 & 2) หนุนกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยต่อเนื่องได้

+EU รายงาน Inflation Rate เดือน พ.ย. (ครั้งสุดท้าย) คาดลดลงต่อเนื่อง โดย Consensus คาด -0.5% MoM, +2.4% YoY (จากเดือน ต.ค. +0.1% MoM, +2.9% YoY) เมื่อผนวกกับสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3Q23-1Q24E ที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะถดถอย (Conensus คาดเติบโต -0.1% QoQ ถึง +0.2% QoQ) ทาให้โอกาสที่ ECB จะมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2024E มีความเป็นไปได้สูงขึ้น แม้ว่าผลประชุมอีซีบีล่าสุด ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายระดับสูงต่อไป เพื่อให้เงินเฟ้อลดลงมาที่กรอบเป้าหมายก็ตาม

 

+US: รายงาน Housing Starts เดือน พ.ย. Consensus คาด -0.38%MoM เป็น 1.36 ล้านหลัง (Vs เดือน ต.ค. +1.9% MoM เป็น 1.372 ล้านหลัง) คาดเติบโตในระดับต่ำ จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปทานขาดแคลน

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีแรงซื้อจากกองทุน TESG แนะนำ PTTGC CRC KBANK

Strategic daily picks

PTTGC    ปิด 39.50 บาท/แนวรับ 37.50 บาท แนวต้าน 41.75 บาท
วางแผนปี 2024 โดยกำหนดเป้าปริมาณการจำหน่ายไว้ไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน เพราะธุรกิจปิโตรเคมีได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว บริษัทไม่มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ อีกทั้งเริ่มการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์ หน่วยที่ 2 และผลประกอบการของ Allnex จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทกำหนดเงินลงทุนปี 2024 ที่ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนโครงการใหม่ โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต Bloomberg Consensus ประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2023 ที่ 387.58 ล้านบาท (ขาดทุนสุทธิ 8.75 พันล้านบาท ในปี 2022) และมูลค่าเหมาะสมที่ 40.03 บาท

CRC   ปิด 40.00 บาท/แนวรับ 38.00 บาท แนวต้าน 41.75 บาท

ทิศทางธุรกิจใน 4Q23 ยังดีต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตลอดจนธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในปี 2024 บริษัทวางงบลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท เน้นการขยายสาขาร้านไทวัสดุเพิ่มราว 8-10 สาขา (ปี 2023 ขยายสาขา 14 แห่ง) ส่วนที่เหลือใช้ปรับปรุงในส่วนอื่น เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 8.1 พันล้านบาท (+12.86% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 47.82 บาท

KBANK    ปิด 130.50 บาท/แนวรับ 127.00 บาท แนวต้าน 134.50 บาท

ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ Private Banking ปี 2024 เติบโต 15-20% จากธุรกิจมีการทำตลาดเจาะลูกค้าใหม่ ๆ มากขึ้น ประกอบกับนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ ในปี 2023 KBANK Private Banking ให้บริการลูกค้าประมาณ 13,269 ราย เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมด 857,251 ล้านบาท ลดลง 4% จากการลดลงของราคาตลาด Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท (+17.36% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 155.63 บาท

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเม็ดเงินจาก TESG และโมเมนตัมบวก จาก BOJ Meeting, EU Inflation

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเม็ดเงินจาก TESG และโมเมนตัมบวก จาก BOJ Meeting, EU Inflation