วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก พักตัว

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีรีบาวนด์ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า โดยปรับตัวบวกสูงสุดถึง 20 จุด จากแรงซื้อหุ้น Big Cap. อย่างกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และขนส่ง แต่มีแรงขายในช่วงบ่ายทำให้ดัชนีลดช่วงบวกลง

โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวลง สาเหตุหลักมาจากหุ้น DELTA จากความไม่แน่นอนว่าจะหลุดจากดัชนี SET50 หรือไม่ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,391.03 จุด +12.09 จุด +0.88% มูลค่าการซื้อขาย 60,687 ลบ. Program Trading -533.59 ลบ. ต่างชาติ +3,193.43 ลบ. TFEX +6,455 สัญญา ตราสารหนี้ -218.54 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ +56.81 จุด หรือ +0.15% ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ขานรับการที่ FED ส่งสัญญาณว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 2.9%
+ สหรัฐรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือนพ.ย.
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. หลังจากลดลง 0.9% ในเดือนต.ค.
+ นักลงทุนคาดหวังว่าที่ประชุม BOJ อาจจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในปีหน้า หลังจากนายคาซูโอ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณว่า BOJ อาจจะยุติการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
+ ความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยหวังว่าจะมีนักลงทุนและแรงงานทักษะสูงด้านดิจิทัลจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเพิ่ม โดยเฉพาะในสาขา Data Center ขนาดใหญ่และบริการคลาวด์คุณภาพสูง ทั้งนี้ นายกฯ สนับสนุนในหลักการข้อเสนอความร่วมมือด้านพลังงานและอุตสาหกรรม และยินดีร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามกรอบพันธมิตรเอเซค (AZEC) กับญี่ปุ่น
+ สนพ. เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานในช่วง 9M66 (เดือนม.ค.-ก.ย. 2566) พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นอยู่ที่ 2,039 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.2%

ปัจจัยลบ  

 

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 15 เซนต์ หรือ -0.21% ปิดที่ 71.43 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังปรับตัวผันผวน โดยราคาร่วงลงระหว่างวันมากถึง 1 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันในปีหน้า แต่ปิดบวก 0.3% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ความหวังของนักลงทุนที่ว่า FED อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเริ่มลดน้อยลง หลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า เฟดยังไม่ได้ทำการหารือกันในขณะนี้เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- สำนักงบประมาณสภาคองเกรส (CBO) คาดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะชะลอตัวลงเหลือ 1.5% ในปี 2567 และอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ในปีหน้า จากที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับเฉลี่ย 3.9% ในไตรมาสนี้
- ตลาดหลักทรัพย์ สรุปมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์สะสมตามกลุ่มนักลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 ธันวาคม 2566 พบว่าสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 75,218.10 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 4,547.19 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 191,952.17 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ 121,281.26 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาสพักตัว ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด หลัง Rebound ขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน นักลงทุนยังจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ย. ของสหรัฐในวันศุกร์ มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,385-1,400 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

• Easy E-Receipt : BJC CPALL CPAXT CRC CPN COM7 SPVI CPW JMART HMPRO DOHOME GLOBAL ZEN M AU TNP KK
• หุ้นที่มี ESG สูง และอยู่ใน SET50 : ADVANC CPALL CPF CRC OR PTTEP TOP
• ยอดส่งออกเดือน ต.ค. เติบโต : ITC AAI CH PDJ NRF XO
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้น 27% จากเดือน พ.ย. : BANPU LANNA AGE

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

GFC "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ราคาเหมาะสม 11.70 บาท
"มุมมองบวกต่อกำไร 4Q66 ต่อเนื่องไปยังปี 67 จากปีมังกรทองและแผนขยาย 2 สาขาใหม่

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก พักตัว

•งวด 3Q66 กำไร 21.4 ลบ. +1.2%YoY +32.4%QoQ โตดีกว่าที่คาดว่าจะหดตัวทั้ง YoY และ QoQ จาก 1) รายได้จากการบริการอยู่ที่ 87.5 ลบ. +12.7%YoY +8.2%QoQ โตดีกว่าที่เราคาด 10% จากผู้มีบุตรยากเข้ามารับบริการมากขึ้น (เฉลี่ย 75-80 cycle/เดือน จากปีก่อน 65-70 cycle/เดือน) ควบคู่กับการทำตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และ 2) ค่าใช้จ่ายในการนำหุ้นเข้าตลาดราว 15 ลบ. ถูกหักจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นแทนค่าใช้จ่ายในการบริหารและยังสามารถใช้ลดภาษีได้ ทั้งนี้ กำไร 9M66 ที่ 54.9 ลบ. +13.3%YoY สูงกว่าประมาณการกำไรทั้งปี 66 เดิมที่ 49.4 ลบ. -25%YoY

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 4Q66 ซึ่งคาดราว 20.3 ลบ +18%YoY ทรงตัว QoQ แม้ฐานสูง และปรับประมาณการกำไรทั้งปี 66 เพิ่มขึ้น 54% สู่ 76 ลบ. +15%YoY จากแนวโน้มจำนวนเคสที่เร่งขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับดีมานด์ของการมีลูกให้ทันในช่วงปีมังกรทอง ซึ่งจะต้องตั้งครรภ์ช้าสุดในช่วง 4Q66-1Q67 ส่วนปี 67 คาดกำไรเติบโตต่อเนื่องสู่ 96 ลบ. +26%YoY จากแผนขยาย 2 สาขาใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการช่วงต้น 2Q67 และจะเริ่มมีการรับผู้ป่วยชาวจีนผ่าน Agency อย่างไรก็ตาม ราคาเหมาะสมที่ 11.7 บำท มีอัพไซต์เพียง 7% เราจึงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”

หุ้นมีข่าว